บทความ
โดย
ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่

 

ตอน : แฟนฉัน : การเล่นหนังยางแบบเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย



เพิ่งได้มีโอกาสดูภาพยนตร์สุดฮิตอย่างแฟนฉันไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แล้วก็พบว่าฉากที่มีมากที่สุดในหนังเรื่อง แฟนฉันก็คือฉากการละเล่นของเด็ก ๆ

ตั้งแต่เล่นตุ๊กตากระดาษ เล่นละคร 'น้ำเน่า' ในกลุ่มเด็กผู้หญิง เล่นต่อสู้แบบหนังจีนกำลังภายใน(ซึ่งไม่เน่า) เล่นฟุตบอล ของกลุ่มเด็กผู้ชาย แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดคือฉากการเล่นหนังยาง (หรือ 'ยางวง' คำเรียกหนังยาง ของเด็กต่างจังหวัด) ของเด็ก ๆ ในเรื่อง

และจากการสังเกตของผู้เขียนพบว่าการเล่นหนังยางชนิดเดียวกันนี้ จะมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันในกลุ่ม ของเด็กผู้หญิง และกลุ่มเด็กผู้ชาย

กลุ่มเด็กผู้หญิง ซึ่งมีน้อยหน่าเป็นผู้นำกลุ่ม เล่นหนังยางด้วยวิธีการกระโดดข้ามผ่านหนังยาง หรือที่เด็ก ๆ เรียกกันว่าเล่นโดดยาง และน้อยหน่าก็สามารถกระโดดก้าวข้ามทุกระดับความสูงของหนังยาง จนเจี๊ยบเรียกเธอว่า 'เป็นเจ้าแม่หนังยาง' ส่วนการเล่นหนังยางของกลุ่มเด็กผู้ชายคือการเล่นเป่ายาง ให้วงของหนังยางประกบกัน ใครชนะก็จะได้กินหนังยางของอีกฝ่ายไป

ในเรื่องนี้เราจะไม่ได้เห็นกลุ่มเด็กผู้ชายเล่นกระโดดหนังยางกันเลย และเช่นเดียวกับที่ไม่มีเด็กหญิง ในกลุ่ม น้อยหน่าได้เล่นเป่าหนังยางเช่นกัน

การเล่นหนังยางในภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันคล้ายถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนว่ากลุ่ม เด็กผู้ชายต้องเล่นหนังยางแบบนี้ ๆ ขณะที่กลุ่มเด็กผู้หญิงก็จะต้องเล่นในอีกอย่างเท่านั้น

เมื่อวิธีการเล่นคล้ายจะถูกแบ่งแยกตามความเป็นชายความเป็นหญิงอย่างนี้แล้ว เจี๊ยบซึ่งเป็นเด็กผู้ชาย คนเดียว ในเรื่องที่ 'ต้อง' เล่นกับกลุ่มเด็กผู้หญิง จึงแสดงท่าทีเบื่อหน่ายเมื่อต้องยืนจับหนังยางให้น้อยหน่ากระโดด ทั้งที่ตอนแรกเลยนั้น เจี๊ยบก็ดูเหมือนจะมีความสุขดี กับการเล่นอะไรต่อมิอะไรกับน้อยหน่า

แต่ต่อมาเมื่อเจี๊ยบพยายามไปขอเล่นเป่ายางกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายบ้างก็ถูกปฏิเสธกลับมาอีก แถมยังถูกล้อเลียน ว่าเป็นกะเทยอีกต่างหาก

การพยายามที่จะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่กะเทย ไม่แหย ไม่ได้อ่อนแอจึงตามมา ด้วยกีฬาการละเล่นแบบผู้ช้ายผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์แล้วปล่อยมือ การแก้ผ้ากระโดดน้ำ และสุดท้ายคือการใช้กรรไกรเข้ามา 'ตัด' หนังยางที่น้อยหน่ากับเพื่อน ๆ ผู้หญิงในเรื่องกำลังกระโดดเล่นกันอยู่ เพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชายใจเต็มร้อย

ในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจึงมองเห็นพัฒนาการของการละเล่นของเจี๊ยบ ที่พยายามก้าวข้ามจากการ ละเล่นในแบบ เด็กผู้หญิง ไปสู่การเล่นแบบเด็กผู้ชายอยู่แทบตลอดทั้งเรื่อง แต่จะไม่มีการได้เห็นน้อยหน่า อยากไปเล่นขี่จักรยาน บีเอ็มเอ็กซ์ เพราะอยากขี่จริง ๆ (ซึ่งไม่ใช่การพยายามอย่างมากที่จะเล่นฟุตบอลเพื่อให้เจี๊ยบสนุก) ไม่เห็นบอย หรือพริก หรือมาโนช อยากมาเล่นกระโดดหนังยาง หรือเล่นละครน้ำเน่าแต่อย่างใด

ไม่ทราบผู้เขียนจะคิดมากไปหรือเปล่า ที่รู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนจะย้ำบอกนักว่า เป็นหญิง ก็พึงจะต้องเล่น อะไร ๆแบบหญิง-หญิง และเป็นชายก็ต้องเล่นแบบที่แมน ๆ เขาเล่นกันเท่านั้น

ส่วนใครที่เล่นในสิ่งที่ไม่ตรงกับเพศ จึงจะถูกเพื่อนล้อว่าเป็นกะเทย อย่างที่เจี๊ยบโดนแจ็คล้อในตอนแรก จนต้อง พยายามพิสูจน์ตัวเอง (ด้วยการเล่นฟุตบอลกีฬาสุดแมน) นั่นแหละ

บทบาทความเป็นหญิง ความเป็นชาย จึงถูกนำเสนอออกมาอย่างเข้มข้นผ่านการละเล่นของเด็ก ๆในภาพยนตร์ เรื่องนี้ (และภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ) แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีที่ว่างให้ความเป็นกะเทยสักเท่าไร

เรามีโอกาสเห็นความน่ารัก ความไร้เดียงสา ความดื้อ ความซน ของน้อยหน่า ของเงาะ ของเจี๊ยบ ของ แจ็ค ของบอย ของพริก แต่เราจะมองไม่เห็นภาพทั้งหลายทั้งปวงนั้นเลย ในเด็กที่เป็นกะเทย นอกจากน้ำเสียงล้อเลียน จากเพื่อน วัยเดียวกัน

ผู้เขียนลองนึกเล่น ๆ ว่า มันจะเป็นอย่างไรนะ หากเจี๊ยบเป็นเด็กกะเทยขึ้นมาจริง ๆ ชอบเล่นกระโดดยาง จนสามารถแย่ง แชมป์เจ้าแม่หนังยางมาจากน้อยหน่าได้ ทั้งไม่เคยสนใจอยากเล่นฟุตบอลกับกลุ่มแจ็คสักหน่อย

มันจะยังทำให้ 'โดน'คนดูเต็ม ๆ อย่างนี้อีกไหม
หรือมันจะเป็นได้แค่หนังตลกที่เอากะเทยมาขายเท่านั้นเอง!!