![]()
บทความ
โดย แก้มยุ้ย
โฮโมโฟเบียหักอก
อกหักมีหลากหลายสาเหตุ สาเหตุหนึ่งอาจมาจากเชื้อโฮโมโฟเบีย !ญรญ จะมีความรักทีต้องเผชิญกับมรสุมนานัปการ เริ่มจากปัญหาทั่วไปที่ทั้งคู่รักต่างเพศและคู่รักเพศ เดียวกันต้องเจอ เช่น การปรับตัวเข้าหากัน ครอบครัวทั้งสองฝ่ายจะยอมรับความสัมพันธ์รึเปล่า จะอยู่กันยังไง
จะทำมาหากินกันยังไงแค่ปัญหาเท่านี้คู่รักต่างเพศที่สังคมยอมรับก็ยังยากที่จะยืนหยัดให้อยู่จนได้ถือไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชร
ส่งผลให้อัตราการหย่าร้างพุ่งไปถึง 50 % นู่นแล้วแต่คู่รัก ญรญ ยังต้องเผชิญกับปัญหาอีกอย่างนั่นก็คือ โฮโมโฟเบีย !
โฮโมโฟเบีย ก็คือ การเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลความเกลียดกลัวตัวนี้เองที่เป็นสาเหตุของ
ความรุนแรงนานาชนิดต่อคนรักเพศเดียวกัน มันแทรกซึมอยู่ในสังคมเหมือนตัวเชื้อโรค ใครรับเชื้อเข้าไปจะแสดง
อาการเกลียดกลัวออกมา อาจจะทางกาย (เช่น อยู่ดีๆ ก็ไปทำร้ายร่างกาย คนรักเพศเดียวกัน) ทางวาจา ( เช่น
สรรหาคำมาประนามคนรักเพศเดียวกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด คิดคำใหม่ๆมาทำร้ายจิตใจกันได้ทุกวัน)หรืออาจจะเป็นทางใจ (เช่น ปิดใจไม่ยอมรับความสัมพันธ์ที่แตกต่าง หรืออาจจะภาวนาให้พวกเรา ตกนรกหมก ไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด)
มันจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้คนรักเพศเดียวกันไม่สามารถใช้ชีวิตตามที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง
แต่มันจะจำกัดคนให้ดำเนินชีวิตตามกรอบอันคับแคบเจ้าเชื้อโรคตัวนี้มันคอยจ้องจะจู่โจมความรักของ ญรญ อยู่ทุกเมื่อ ถ้าความรักของคุณปราศจากภูมิคุ้มกันที่ดี
เผลอรับเชื้อนี้เข้าไปล่ะก็อาจพังพินาศกันเป็นแถบๆ เชื้อโฮโมโฟเบียนี้จะทำให้สมองและจิตใจของ ญรญ เต็มไปด้วยความกลัว ไม่ยอมรับตัวเอง ส่งผลให้ไม่ยอมรับความสัมพันธ์ที่มีต่อคนรัก ทั้งๆ ที่ที่จริงก็รัก มันจะมากระซิบข้างหูตลอดเวลาว่า"ความรักของเธอมันผิดปกติ ผิดธรรมชาติ ไม่มั่นคง ไม่ใช่รักที่แท้ ไปไม่รอดแน่นอน ต้องคบกับผู้ชายสิถึงจะชัวร์ ชีวิตนี้จะมั่นคง รุ่งโรจน์ เป็นที่ยอมรับเป็นธรรมชาติมากที่สุด"
ผลก็คือคนที่เชื่อตามมันจะเริ่มลังเลใจในความสัมพันธ์กับผู้หญิง และเริ่มมองหาชายที่จะมาเป็นความมั่นคงในชีวิต เมื่อได้พบชายนั้นแล้ว อีกคนก็มีอันถูกทิ้ง
บางรายแม้ว่าผู้ชายจะมีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง เช่น ชอบใช้ความรุนแรง ใช้อำนาจกับผู้หญิงแต่เชื้อโฮโมโฟเบีย สามารถ ทำให้คนตาบอด มองไม่เห็นข้อเสียเหล่านั้น หรือเห็นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พอทนได้
ขณะที่ข้อเสียของคู่รักหญิงนั้นแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร
สามารถนำมาเป็นเหตุผลในการตัดความสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อสำหรับคนที่เคยอกหักหรือกำลังอกหักนั่งร้องไห้อยู่ ลองหยุดร้องสักครู่ มาตรวจดูสิว่าอาการอกหักของคุณเป็นผล มาจากเชื้อตัวนี้หรือไม่
คุณอาจจะเจอเหตุการณ์ทำนองนี้
คู่รักของคุณ คบกันอยู่ดีๆ รักกันมาก แต่วันหนึ่งคุณก็พบว่าเธอกำลังคบผู้ชายอยู่อีกคน สร้างความ
เจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก เธออาจจะทิ้งคุณไปทันที หรือลังเลๆ เลือกใครไม่ได้สักพักแล้วจึงทิ้งคุณถ้าคุณถามเธอว่าทำไมทำอย่างนี้ เธอก็จะตอบด้วยเหตุผลล้านแปด ตั้งแต่ คุณดีเกินไป ไม่ เคยเจอใครดีเท่าคุณ มาก่อนเลย ฉันไม่ดีพอจะคู่ควรกับคุณหรอก
หรือ คุณมีอะไรไม่ดีหลายอย่างมาก เช่น ชอบใช้อารมณ์ โมโหง่าย อ่อนไหว เด็กๆ หรือทำอย่างที่ผู้ชายทำไม่ได้ (
สังเกตดูมักจะเป็นเหตุผลที่ใช้ตีความเป็นหญิงของคุณ )แล้วก็ไม่ว่าคุณจะพัฒนาตัวเองมากขึ้นแค่ไหน จะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิต หรือจะรักเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรักได้แล้ว
เธอก็ยังมองหาข้อเสียของคุณมาเป็นข้ออ้างจนได้ข้ออ้างไม้ตายที่เธออาจจะงัดมาใช้ก็คือ ถ้าคุณเป็นผู้ชายล่ะก็ เธอคงเลือกใช้ชีวิตกับคุณไปแล้ว เจอไม้นี้เข้าไปมีอัน ต้องไปเกิดใหม่ เกิดใหม่ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ชาย เป็นผู้ชายแล้วก็ใช่ว่าจะตามเธอเจอ ตามเจอ เธอก็อาจจะไม่เลือกคุณ อยู่ดี เพราะว่าคุณน่ะยังเด็กไป ทำอายุตามเธอไม่ทันซะแล้ว
สุดท้ายและสำคัญมาก ลองดูสิว่า จริงๆแล้วเธอมีเหตุผลดังต่อไปนี้บ้างหรือไม่
"ต้องการความมั่นคงในชีวิต ต้องการชีวิตที่ปกติ ต้องการแต่งงาน ต้องการมีผู้ชายมาดูแล ต้องการมีลูกและพ่อ ของลูก ต้องการการยอมรับจากครอบครัว ไม่ต้องการมีชีวิตที่หลบๆ ซ่อนๆ เหมือนคนร้ายปล้นธนาคาร
หรือ ไม่อยากต้องทนทรมานกับคำวิพากษ์วิจารณ์จากญาติมิตร เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนสมัยประถม คนในหมู่บ้าน อบต. อบจ. สส. สว. ฯลฯ เป็นต้น"
ถ้ามีเหตุผลเช่นนี้ล่ะก็ ไม่ต้องมัวโทษตัวเองอีกแล้วว่าคุณดีเกินไป หรือไม่ดีพอ หรือเธอนั้นใจร้าย-หลายใจ
ถึงบางอ้อกันเสียทีว่าความรักของคุณเจอเชื้อโฮโมโฟเบียเข้าจู่โจมเสียแล้ว !!!แล้วจะทำยังไงดีสำหรับคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ???
ผู้ช่ำชองด้านการอกหักทั้งหลายให้คำแนะนำดังนี้
1.จดจำไว้ว่า คุณเป็นคนที่มีค่า มีความรักที่ยิ่งใหญ่ มีความมั่นคงภายใน ที่ไม่มีใครจะชิงไปจากคุณได้ และการกระทำของเธอนั้นเป็นเรื่องที่เธอเลือก เธอตัดสินใจเอง เธอมีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น มันไม่ใช่ความผิดของคุณ
ไม่เกี่ยวกับคุณ และคุณไม่สามารถทำให้ใครเลือกจะอยู่กับคุณได้ถ้าเธอคนนั้นไม่รักตัวเองพอจนกล้ามีรักที่แตกต่างบนโลกของโฮโมโฟเบีย
2.คุณเป็นคนกล้าคนหนึ่งที่เลือกที่จะเป็นอย่างที่ใจคุณต้องการ กล้าที่จะอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีศักดิ์ศรี และเพราะคุณสามารถทำเช่นนั้นได้ ก็แสดงว่ามีคนอีกมากที่ทำได้อย่างคุณ เปิดใจไว้เถิด
เธอคนนั้นที่ใช่และกล้าใช้ชีวิตกับคุณก็จะมาเอง
3. ให้ความรักกับตัวเอง ดูแลรักษาเยียวยาจิตใจตัวเองให้มากเข้าไว้
4. คุยกับเพื่อน ญรญ คนอื่นๆ แล้วคุณจะรู้ว่าเราต่างเผชิญปัญหาเช่นกัน ไม่ใช่เป็นกรรมของคุณแต่ชาติปางก่อน คนอื่นๆ ผ่านมาได้ คุณก็จะผ่านไปได้เช่นกัน ความเจ็บปวด แม้มันจะเลวร้ายสักปานใด วันหนึ่งมันก็จะผ่านไป แล้วคุณก็ยังจะมีเพื่อนคอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิธีการเยียวยาอาการอกหัก และเป็นกำลังใจให้กันและกัน
ส่วนเพื่อนที่เป็นคนรักต่างเพศที่คอยเอาโฮโมโฟเบียมาซ้ำเติมคุณ เช่นว่า "สมควรแล้ว บอกแล้วไงว่ามัน ไม่ใช่ธรรมชาติ" "ลองคบผู้ชายซะบ้าง จะได้ไม่ต้องมาอกหักอีก" "นี่แหละ พระเจ้าลงโทษแล้ว" ช่วงนี้ทำตัว ห่างๆพวกเขาไว้เถิด อาจจะสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาให้เขาด้วยก็ดี5. ป้องกันอาการซ้ำซ้อน สำคัญมาก ขอบอก อย่าไปตามตื๊อยื้อเธอคนนั้นอีกเลย ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คุณอาจเจอเหตุการณ์เช่นนี้
- ตามไปเห็นภาพบาดใจของเธอกับแฟนหนุ่ม และเพื่อพยายามรักษาความสัมพันธ์ใหม่ เธออาจจะทำเป็นไม่รู้จักคุณ
ไม่เห็นคุณมีตัวตน เหมือนคุณเป็นวิญญาณล่องลอยไปมา หรือบอกแฟนใหม่ว่าคุณเป็นพวกโรคจิตมาตามตื๊อ
ด้วยเชื้อโฮโมโฟเบียที่มีอยู่มากมายในอากาศ แฟนใหม่ของเธออาจจะมาไล่คุณไปไกลๆ ไปตามหมอผีมาไล่ หรือเอาตำรวจมาจับ- ถ้าคุณโทรไป เธออาจจะบอกคุณว่า ไม่มีเวลาคุยด้วย ไม่อยากคุย คุยไม่ได้ ไม่ว่าง อะไรไม่เข้าใจหรือไง ไม่ใช้เหตุผลซะบ้างเลย ! แล้วก็วางโครม ยกหูไว้อีกด้วยนะ กันคุณโทรมาอีก
- ถ้าคุณไปแสดงความเจ็บปวดหรือร้องไห้คร่ำครวญ ต่อหน้าเธอ ผลที่ได้อาจไม่ใช่ความเห็นใจ แต่เธอจะบอกว่าคุณน่ะอ่อนไหวง่าย ใช้อารมณ์ ไม่เข้าใจเหตุผลของเธอ ไม่เป็นผู้ใหญ่ ไม่มั่นคง "นี่ไงล่ะ
ฉันถึงต้องเลิกกับเธอ" อ้าว ! เป็นงั้นไป- ถ้าคุณแสดงความโกรธ เจ็บแค้น ไม่พอใจ เธอก็จะว่าคุณอารมณ์รุนแรง น่ากลัว ถ้าคบกันต่อไปอาจทำร้ายเธอได้
กลายเป็นเหตุผลอันชอบธรรมที่เธอต้องเลิกกับคุณไปเสียอีกผลสุดท้ายคุณจะเจ็บและรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามากขึ้นไปอีกปล่อยเธอไปเถิด อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลย
คุณจะไม่มีวันมีความสุขกับคนที่ไม่เชื่อมั่นในความรักหรือลังเลใจในความรักเอาความรัก+พลัง+เวลาของคุณไปใช้ใน
ทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คน สังคม หรือ ธรรมชาติจะดีกว่า คุณจะพบว่าคุณเป็นคนที่มีพลังและมีค่าเพียงใด6.ถ้าคุณยังมีความเจ็บแค้นใจ เพราะเจอคำพูดที่ไม่ค่อยจะจริงนักของเธอคนนั้น เช่น เธอไม่มีคนอื่น
มีแต่คุณคนเดียว แล้วเผอิ๊ญเผอิญคุณไปรู้ความจริงเข้าว่า ที่เธอเคยบอกว่า ไปเรียนคอม ไปติวภาษาอังกฤษ หรือไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ต่างจังหวัดนั้น จริงๆ เธอไปกับชายคนนั้น เฮ้อ !เข้าใจเถิดว่านี่เป็นผลมาจากฤทธิ์ของโฮโมโฟเบีย ไม่มีใครอยากจะเกิดมาเพื่อโกหกใครหรอก ให้อภัยเธอเสียเถิด
อย่างน้อยใจคุณจะได้เป็นสุข7.แล้วมาสร้างภูมิคุ้มกันโฮโมโฟเบียให้ตัวเองและสังคมกันดีกว่า ด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยว กับคนรักเพศ เดียวกันให้มากขึ้น ทำความเข้าใจกับโครงสร้างความรุนแรงของสังคมที่เป็นผลมาจากโฮโมโฟเบีย
เผยแพร่ความรู้เหล่านี้ต่อสังคมเท่าที่จะทำได้ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สักวันหนึ่ง กรมสุขภาพจิต และองค์การอนามัย โลก ก็จะประกาศว่า
"โฮโมโฟเบียนั้นเป็นความผิดปกติทางจิต หรือเป็นโรคติดต่อทางจิตร้ายแรงที่เบี่ยงเบนพฤติกรรมคน
สมควรต้องเร่งร่วมมือกันแก้ไขและบำบัดยิ่งนัก"8. แล้วก็สุดท้าย มีบทเรียนอันเจ็บปวดแล้ว ก็ระวังอย่าเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีโฮโมโฟเบียอยู่อีกล่ะ
คุณไม่ได้เกิดมาเพื่อความเจ็บปวดซ้ำๆ ซากๆ เช่นนั้น คุณน่ะเกิดมาเพื่อเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง
อย่างที่มนุษย์คนนึงจะเป็นได้ต่างหาก อย่าปล่อยให้เชื้อโฮโมโฟเบียเข้ามาทำร้ายหัวใจคุณอีกเลย
*ตีพิมพ์ครั้งแรก ในวารสาร an ของกลุ่มอัญจารี องค์กรสนับสนุนและปกป้องสิทธิคนรักเพศเดียวกัน
บรรณาธิการโดย การเกตุ ศรีปริญญาศิลป์