![]()
บทความ : ลีโอ เบลลินา
หลิน แปล
กรอบทางเพศ : กรงขังที่เข้มแข็ง?
ระบบสังคมที่เป็นอยู่สร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ
กรอบทางเพศที่สังคมกำหนดขึ้นก็เช่นกันมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจำกัดชีวิตของคนให้เป็นไปตามที่สังคมต้องการ
แต่มันถูกทำให้ดูเหมือนว่าเป็นธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ก็ช่วยบอกว่ากรอบนี้เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติเช่นกัน
เราถูกทำให้เชื่อว่านี่คือความจริงหนึ่งเดียวเท่านั้นฉันคิดว่ากรอบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ผู้ชายมีอำนาจเหนือผู้หญิง และสามารถรักษาอำนาจนั้นเอาไว้
เวลาที่ฉันสอนนั้น ฉันจะช่วยให้คนเห็นว่า เราถูกจำกัดอยู่ในกรอบนี้อย่างไรบ้าง เริ่มตั้งแต่ร่างกายของเรา
เวลาที่เด็กเกิดมานั้นเราจะดูที่อวัยวะเพศ เพื่อบอกว่าเด็กคนนี้เป็นเพศหญิงหรือชายถ้าอวัยวะเพศไม่ชัดเจนก้ำกึ่งระหว่างเพศหญิงและชาย หมอจะทำการผ่าตัด เพื่อตัดอวัยวะเพศใดเพศ หนึ่งทิ้งไป เรียกได้ว่าทั้งวงการแพทย์ และสังคม เป็นผู้สร้างให้คนๆหนึ่ง เป็นเพศหญิงหรือเพศชาย
แต่จริงๆแล้ว เพศมีหลากหลายมากกว่านั้น ไม่ใช่เฉพาะแค่เพศหญิงหรือชาย เราถูกจัดใส่กรอบตั้งแต่เกิด
นี่เป็นการกดขี่ร่างกายมนุษย์ ทำให้เราไม่สามารถเติบโตอย่างที่เราเป็นได้
เราถูกจำกัดจนเป็นเหมือนบอนไซ ถ้าเราเป็นผู้หญิงเราก็ต้องสวย ถ้าเราเกิดมีกล้ามใหญ่ ร่างกายใหญ่ เราจะเป็นทุกข์ เพราะคนจะบอกว่าเราไม่เป็นผู้หญิงพอ ผู้ชายก็เช่นกัน
นอกจากถูกจำกัดทางร่างกายแล้ว กรอบทางเพศยังจำกัดเพศสภาวะ (Gender) ของเรา เราต้องปฎิบัติตัว ให้เป็น ไปตามเพศของเรา เช่นถ้าเป็นผู้หญิง เราก็จะต้องดูแลเอาใจใส่ พูดเสียงเพราะ ๆ ทำตัวเป็นรอง ผู้ชาย
นี่เป็นการจำกัดอำนาจ,บทบาท,ทางเลือก และอาชีพการงานของเรา เราไม่สามารถเลือก หรือแสวงหา สิ่งที่เราต้องการเป็นจริง ๆได้ มันจำกัดความสัมพันธ์ของเรามนุษย์คนที่เป็นทรานสเจนเดอร์นั้น ไม่เป็นไปตามกรอบเหล่านี้ พวกเขามักถูกสังคมลงโทษ กระทำรุนแรง หรือแม้แต่ถูกฆาตรกรรม เช่นในเยอรมัน มีคนๆหนึ่งชื่อเลสลี่ ไอน์เบิร์ก เธอเป็นนักรณรงค์ เคลื่อนไหว
ในเรื่องทรานเจนเดอร์ เธอเป็นผู้หญิงที่มีร่างกายเหมือนผู้ชาย ครั้งหนึ่งเธอป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลไม่ยอมรักษาเธอ จนเธอเกือบตายในโรงพยาบาลหรืออีกตัวอย่างก็เป็นสมัยที่ชนผิวขาวรุกรานชนเผ่านั้น เมืองในอเมริกา(อินเดียแดง)นั้นพวกเขาพยายามฆ่า หรือล่า
คนที่เป็นทรานสเจนเดอร์ ในสังคมเผ่าพื้นเมือง ให้สาปสูญไปจากวัฒนธรรมในระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ทรานสเจนเดอร์เริ่มเปิดเผยตัวมากขึ้น ฉันเคารพพวกเขามาก และพวกเขามี บุญคุณ ต่อเราอย่างยิ่ง ทำให้เราตั้งคำถามกับร่างกายและเพศสภาวะของเรา เราทำอะไรกับร่างกายเราบ้าง
ถึงแม้ร่างกายเราจะเป็นไปตามกรอบของสังคม เราก็ต้องกลับมาตั้งคำถามต่อระบบสังคมและรับอำนาจ ทั้งหลาย
เวลาที่มีคน ๆ หนึ่งไม่อยู่ในกรอบของสังคม คนทั่วไปจะรู้สึกอึดอัดหรือกลัว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ว่าคนที่ไม่ อยู่ใน
กรอบนี้สั่นคลอนระบบความเชื่อที่สังคมยึดถือ สุดท้ายแล้วสังคมก็จะตีตราว่าคน ๆ นี้ ผิดปกติแค่เพียงเรามีร่างกายที่ตรงตามกรอบของสังคม เราก็มีอภิสิทธิ์อยู่ในมือแล้ว คนที่มีอภิสิทธิ์มักไม่รู้ ไม่ตื่น ไม่ตั้งคำถาม และเชื่อว่ากรอบนี้เป็นความจริง แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบนั้นไปเรื่อย ๆ
สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ทำความเข้าใจกับตัวเองและสังคม โดยไม่ไปชี้ว่าใครผิดปกติ
กรอบทางเพศนี้เป็นระบบเครื่องมือชายเป็นใหญ่ เราต้องไม่สนับสนุนระบบเช่นนี้ มันไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร
นอกจากจะก่อให้เกิดการใช้อำนาจกดขี่มากขึ้นเท่านั้นถ้าเราทำลายกรอบนี้ลง เราจะรู้ว่าร่างกายของเรานั้นเป็นอะไรมากกว่าเพียงแค่ระบบสืบพันธุ์
ร่างกายของเราจะไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบทางเพศ โลกนี้จะระเบิดออกเราจะรู้ว่าบางร่างกายชอบงานไม้ บ้างก็ชอบทะเลทราย ชอบภูเขา บ้างก็สามารถเดินได้ บ้างก็เดินไม่ได้
เราจะค้นพบพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่มีสีสันหลากหลายเราจะสามารถเปล่งพลังแห่งความเป็นตัวเราออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณได้อย่างแท้จริง
เราจะสามารถนำความหลากหลายทางร่างกายที่เคยถูกลบเลือนไปกลับมาสู่วัฒนธรรมของเราได้อีกครั้ง
มนุษยชาติจะเติบโตเป็นดั่งต้นไม้ที่งดงามเราสูญเสียความหลากหลายและพลังแห่งการสร้างสรรค์ไปมากแล้ว นี่เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก จริง ๆ
เรามนุษย์ได้รับพรสวรรค์ต่าง ๆ อย่างเหลือล้น ถ้าเราทำลายกรอบนี้ลงได้ มนุษยชาติจะได้รับผลประโยชน์ มากมายสิ่งที่เราสูญเสียไปก็มีเพียงอภิสิทธิ์ การกดขี่ และระบบสังคมชายเป็นใหญ่เท่านั้นเอง.
*ตีพิมพ์ครั้งแรก ในวารสาร an ของกลุ่มอัญจารี องค์กรสนับสนุนและปกป้องสิทธิคนรักเพศเดียวกัน
บรรณาธิการโดย การเกตุ ศรีปริญญาศิลป์