![]()
บทความ
โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
โลกมนุษย์มีมากกว่าสองเพศ
เรียนตามตรงว่าเหลือเชื่อมากที่กระทรวงวัฒนธรรมคิดจะจัดระเบียบกลุ่มรักร่วมเพศในปี พ.ศ. 2547 จำได้ว่า สถาบันราชภัฎเคยคิดจะตัดสิทธินักเรียนที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศเมื่อปี พ.ศ. 2539 แล้วก็ล้มเลิกความคิด นั้นไปเรื่องนี้น่าโมโหมากพอ ๆ กับที่อเมริการรุกรานอิรัก คนกลุ่มหนึ่งรุกรานคนมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
และคนพื้นราบรุกรานคนดอย เพียงความแตกต่างเรื่องชาติพันธุ์มิใช่เหตุผลที่เพียงพอในการ "กำจัด" หรือแม้กระทั่ง "จำกัด" สิทธิของผู้อื่นกรอบความคิดที่พร้อมจะรุกรานคนชายขอบหรือคนส่วนน้อยคงจะยังแพร่ระบาดในชนชั้นปกครองจำนวนมาก
มิใช่เพียงแค่บ้านเรา แต่เป็นกันหมดทั่วโลกที่ต้องนำเรื่องรักร่วมเพศมาเขียนอีกครั้ง เพราะรักร่วมเพศเป็นเรื่องของ "ชาติพันธุ์" จริง ๆ กล่าวคือเป็นเรื่องของ พันธุกรรม จีโนม ยีนส์ โครโมโซม ดีเอ็นเอ และ กรดอะมิโน 4 ตัว ที่เกาะกันเป็นบันไดเกลียวนั้น
คนที่เป็นรักร่วมเพศเกิดมาเป็นเช่นนั้นเอง การเลี้ยงดูของพ่อแม่มีส่วนอยู่บ้างแต่ก็ต้องถือว่าน้อย เช่น พ่อที่ดุร้าย จนเกิดขีด เด็กชายอาจจะเลือกเลียนแบบคุณแม่ดีกว่า (ขีดนั้นอยู่ตรงไหน ไม่มีใครตอบได้!) หรือ แม่มีบทบาท เหนือพ่อจนเกินขีด เด็กชายอาจจะเลือกเลียนแบบคุณแม่ดีกว่า (ขีดนั้นอยู่ตรงไหน ไม่มีใครตอบได ้เช่นกัน) เด็ก หญิงเป็นไปในทางตรงข้าม พูดแบบแทงกั๊ก คือ รักร่วมเพศเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมและการเลี้ยงดู
อย่างน้อยก็มิได้เกิดจากการเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวแน่นอนนางสิบสองเลี้ยงพระรถมาหลายพันปี พระรถยังไม่เป็นเกย์เลยครับ พันธุกรรมมิใช่อะไรที่เด็กคนนั้นเลือกเกิดได้
เพราะอะไรจึงคิดกำจัดพวกเขาองค์การอนามัยโลกได้วินิจฉัยแล้วว่า รักร่วมเพศเป็นสภาวะปกติ รักร่วมเพศที่ไม่ยอมรับสถานะของตนเอง
จึงเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง แล้วองค์การอนามัยโลกก็ได้บัญญัติไว้ในคู่มืออ้างอิงการวินิจฉัยโรคที่เรียกว่า
The ICD-10 Classification of Mental and Behavioural Disorders รักร่วมเพศที่ไม่ยอม รับสถานะ ของตนเองให้แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น Egodystonic Sexual Orientation, Homosexualityประเด็นคือหากพ้นจากนี้ไม่มี พื้นที่ ของผู้ป่วยหรือความผิดปกติให้วินิจฉัย
รหัสโรคของ Egodystonic Homesexual Disorder คือ F66.11 นั่นคือฐานข้อมูลทางการแพทย์ทั่วโลก จะนับเฉพาะจำนวนผู้ป่วยที่ลงรหัส F66.11 รักร่วมเพศที่ไม่ได้รหัสนี้คือ รักร่วมเพศที่ยอมรับสถานะของตนเอง
มีความสุขกับสภาพที่เป็นอยู่และมิใช่ผู้ป่วยหรือคนผิดปกติแต่อย่างใดคนที่รังเกียจรักร่วมเพศอาจจะต้องพิจารณาตนเองมากกว่า เช่น อาจจะป่วยด้วยภาวะ Homosexual Panic กล่าวคืออยู่ใกล้โฮไม่ได้จะตายเอา
การรักษาผู้ป่วยรักร่วมเพศที่ไม่ยอมรับสถานะของตนเอง มีจุดมุ่งหมาย คือช่วยให้เขายอมรับสถานะของตนเองซะดี ๆ มิใช่แก้ไขให้เขาเป็นเพศชายจริงหญิงแท้ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นแล้วเป็นเลย แก้ไขไม่ได้
เรียนคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกไปให้จิตแพทย์แก้ไขความเบี่ยงเบนทางเพศทราบนะครับ คุณหมอจะไม่ช่วยให้กลับเป็น เพศตามอวัยวะเพศ แต่คุณหมอจะช่วยให้เด็ก ๆ เขามีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง
หากต้องการหาคนที่เป็นโรคจริง ให้พลิกไปดูรหัสโรคของ ผีพนัน ซึ่งองค์การอนามัยโลกให้รหัสว่า F63.0 คือ Pathological Gambling ซึ่งทำนายว่าจะเกิดขึ้นอีกมากในสังคมนิยมการพนัน เพราะโรคนี้เกิดจากการ วางเงื่อนไขในสิ่งแวดล้อม (Conditioning) มากกว่าพันธุกรรม
หากกระทรวงวัฒนธรรมจะสนใจทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งที่ควรทำ คือ เตือนรัฐบาลเรื่องการปลูกฝัง ค่านิยม การพนันให้แก่เยาวชนในรูปแบบต่าง ๆ ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าวิสัยทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรมคืออะไร ตามความ เข้าใจของผม กระทรวงใด ๆ ควรมุ่งเน้นที่จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม ให้ประชาชนบ้านเรา ซึ่งมีหลายชาติพันธุ์อยู่ดีกินดี ไม่ใช่เรื่องที่จะมาจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และคนกลุ่มน้อย (ซึ่งก็ไม่แน่ว่า
จะน้อย)กระทรวงวัฒนธรรมควรทำงานอื่นไม่ใช่งานขจัดเมียน้อยหรือรักร่วมเพศ.....
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2547