![]()
บทความ
โดย แคธี บุชชา//หลิน แปล
ความรุนแรงในชีวิตคู่ของหญิงรักหญิง
การเติบโตทางชีวิตฝ่ายจิตใจของฉันไม่ได้เกิดขึ้นในโบสถ์ หากเกิดขึ้นในชั้นเรียนสตรีศึกษา ที่นั่นเองที่ทำ ให้ฉันได้รู้ว่า เราสามารถเป็นผู้ใฝ่ธรรมได้โดยไม่ต้องสังกัดศาสนาใดๆ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันจะกระตือรือร้นที่จะหาหนทางพัฒนาจิตใจด้วยวิธีของฉันเองตลอดมา หนทางแห่งชีวิตฝ่าย จิตใจของฉันมีพื้นฐานส่วนใหญ่อยู่บนคำสอนของ เอมี่ เรย์ แห่ง Indigo Girls และคำสอนของพระเยซู
ฉันค้นพบความสุขภายในได้ในเสียงของนกหัวขวาน หรือ ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคู่รัก และเจ้าแมวของเธอ ยามรุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่แสนสบาย หรือไม่ก็เวลาอันวิเศษ สุด เมื่อช็อกโกแลตมู้ส สัมผัสกับลิ้นของฉัน หรือตอนที่กล้าม เนื้อแขนฉันร้อนไปหมดหลังการยกน้ำหนัก
ความเชื่อของฉันบนหนทางนี้อีกอย่างก็คือ ฉันสามารถเรียนรู้ได้จากทุกคนและจากทุกสถานการณ์ที่ฉันพบ
ประสบการณ์อันปวดร้าวที่สุด เช่น การรอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัวคนรักเพศเดียวกันนั้น มักจะเป็นการ เรียนรู้ที่มีพลังอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตทางชีวิตฝ่ายจิตใจการที่ฉันรอดมาได้จากความสัมพันธ์อันรุนแรง สอน ให้รู้ว่า ตัวฉันเองนั้นเป็นคนที่มีศักยภาพและมีพลัง มันให้ความเข้มแข็งและอำนาจ ซึ่งส่งผลให้ฉันกล้าพูด ให้ความ รู้แก่ชุมชนเลสเบี้ยนในเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ที่มีสถิติเกิดขึ้นถึง 25% ในจำนวนครัวเรือนทั้งหมด
การได้พบปะผู้รอดชีวิตรายอื่นๆ ช่วยทำให้ฉันตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง รวมทั้งได้พบการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว กันและ ความสามารถที่จะเยียวยารักษาตนเอง
การรอดชีวิตครั้งนี้ ยังทำให้ฉันใส่ใจต่อความต้องการของตัวเองมากขึ้น ทั้งยังใส่ใจต่อทุกความสัมพันธ์ที่มีในชีวิต
ฉันยังคงเรียนรู้ที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อครั้งที่ฉันหาคนช่วยให้หลุดพ้นจากคนที่ทำร้ายฉันนั้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนบางคนแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ขณะที่บางคนกลับยิ่งถอยห่างออกไป
เพื่อนบางคนปฏิเสธไม่อยากได้ยินความจริง
พวกเขามักจะบอกว่า "ผู้หญิงด้วยกันไม่ทำร้ายกันหรอก" และ "ทั้งสองคนก็มีส่วนผิดเท่าๆกันในปัญหาความ สัมพันธ์นี้"
ฉันเองก็ปฏิเสธความจริงเช่นนี้เหมือนกัน จนทำให้ตัวเองต้องหลงติดกับอยู่ในความสัมพันธ์อันรุนแรงนั้น
แต่ความจริงก็คือว่า ผู้หญิงด้วยกันก็ทำร้ายกัน และความรุนแรงในครอบครัวนั้นไม่สามารถรักษาด้วยการ ไปรับบริการจากผู้ให้คำปรึกษาหรือจิตแพทย์
ผู้ที่กระทำรุนแรงนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำของตนแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น
ในฐานะผู้รอดชีวิต ฉันได้เรียนรู้ที่จะชื่นชมการอยู่อย่างสันโดษและเป็นสุขในบ้านของตัวเอง ฉันไม่ต้องหวาดกลัว อีกต่อไป ไม่ต้องวิตกกังวลว่าอะไรจะทำให้เธอเกรี้ยวกราดขึ้นมาอีก ฉันเรียนรู้จักพลังแห่งการ ให้อภัย ไม่ใช่ให้อภัย คนที่ทำร้ายฉัน หากแต่ให้อภัยตัวเองที่ทนอยู่กับเธอนานเกินไป ฉันยังคงเรียนรู้ที่จะเชื่อ เสียงภาย ในตนเอง มากกว่าจะปล่อยให้คนอื่นมานิยามความจริงให้ฉัน
การออกมาจากความสัมพันธ์อันรุนแรงนั้นเป็นการรักตัวเองอย่างแท้จริงมันสอนให้ฉันรู้ว่าตัวฉันนั่นแหละที่มีค่าสำหรับ ตัวเองมากกว่าคู่รักคนใดของฉัน
ฉันเรียนรู้ด้วยว่าฉันจะไม่ยอมเสียสละตัวเองหรือยอมประนีประนอมเพื่อให้เกิดมายาภาพแห่งความสัมพันธ์อันยั่งยืน
ของคู่เลสเบี้ยน
ฉันคืนพลังอำนาจให้ตนเอง โดยยุติความสัมพันธ์กับคนที่ทำร้ายฉัน ฉันจะไม่ยอมรอให้เธอเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยที่ฉันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ฉันเรียนรู้ว่าฉันไม่ต้องไปพยายามทำให้คนอื่นนอกเหนือจากตัวเองมีความสุข
ถ้าเลือกได้ การรอดชีวิตจากความรุนแรงในครอบครัวคนรักเพศเดียวกันไม่ใช่หนทางที่ฉันจะเดิน มันไม่ใช่หน ทางที่ใครควรจะเดิน
ฉันยังจำได้ดีว่าตนเองหวาดกลัวแค่ไหน ที่ต้องมองดูมือที่เคยสัมผัสฉันอย่างอ่อนโยน กำลังตัดหัวตุ๊กตาหมี และชกฉันที่ปาก ครั้งหนึ่งฉันต้องร้องไห้ เมื่อเธอซึ่งเคยพูดว่า "ฉันต้องการใช้ชีวิตอยู่กับเธอ" กลับพูดด้วยความ กราดเกรี้ยวว่า "ฉันอยากจะเตะเธอให้ตายไปเลย"
ฉันจำได้ถึงความสับสนและความเจ็บปวด เมื่อเธอทำลายของขวัญ รูป จดหมายรักและการ์ดที่ฉันเคยมอบให้เธอ ฉันจำได้ถึงความอับอายที่เกิดขึ้นขณะที่เราย้ายตู้มาบังรูขนาด 3 ฟุตบนกำแพง ที่เกิดขึ้นเพราะเธอเอาไม้เบสบอล ฟาดเหนือหัวฉัน ท้ายที่สุด ฉันจำได้ดีถึงอิสรภาพและพลังอำนาจที่เกิดขึ้นภายใน เมื่อฉันบอกว่า "พอกันที!" และเดินออกมาจากชีวิตของคนที่ทำร้ายฉัน
การที่ฉันเลือกเพื่อตัวเองเช่นนี้ เท่ากับฉันทวงเอาชีวิตฝ่ายจิตของฉันกลับคืนมา ฉันไม่ใช่เหยื่อของคนที่ฉัน ควบคุมไม่ได้อีก ต่อไป หากแต่ฉันคือ ผู้รอดชีวิตที่สามารถกำหนดชีวิตตนเอง
ขณะนี้ฉันทำงานสนับสนุน โครงการยุติความรุนแรงในครอบครัว ในทัคซัน ถ้าคุณกำลังต้องทนอยู่กับพฤติกรรมของ คู่รักคุณ พฤติกรรมต่างๆ ซึ่งถ้ามีคนแปลกหน้าทำกับคุณ คุณจะรับไม่ได้ เช่น เรียกคุณด้วยคำที่แสดงถึงความ เกลียดชัง และดูถูก, ผลัก, ทำร้ายสัตว์เลี้ยง, กล่าวหาว่าคุณไม่ซื่อสัตย์ต่อความสัมพันธ์, บุกรุกความเป็น ส่วนตัว ของคุณ, ทำให้คุณไม่ได้หลับไม่ได้นอน (เช่น ปลุกให้คุณลุกขึ้นมาคุยซ้ำแล้วซ้ำเล่า, เริ่มหาเรื่องทะเลาะเมื่อ ถึงเวลานอน, โทรมาทุกชั่วโมงกลางดึก), บังคับให้มีเพศสัมพันธ์, ชก ทำร้ายร่างกาย, ต้องการอยากรู้ ไม่จบสิ้นว่า ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่, ทำลายข้าวของ, ข่มขู่ ฯลฯ
ถ้าเป็นเช่นนั้น ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องหาความช่วยเหลือ ถามตัวเองดูสิว่า "สมมติถ้าเพื่อนรักของฉันถูก กระทำอย่าง ที่ฉันโดนอยู่ เธอจะพูดกับฉันอย่างไร และฉันจะบอกเธอว่าอย่างไร"ปกติแล้วคุณก็จะบอก เธอว่า เธอสมควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่านี้ คุณเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ และ เลิกกับเขาเสียเถิด
เอาล่ะ ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณจะต้องลุกไปมองคนในกระจก และพูดกับตัวเองเช่นนั้นบ้างบางทีคุณอาจจะ ทนอยู่ด้วยเหตุผลต่างๆนานาเช่นเดียวกับที่ฉันเคยเป็น เหตุผลเหล่านี้ก็เช่น
- คุณหวังว่าสักวันคุณจะรู้วิธีที่ไม่ทำให้เธอโกรธ
- เธอขู่ว่าจะฆ่าตัวตายถ้าคุณทิ้งเธอ
- เธอหาว่าคุณก็ใช้ความรุนแรงเช่นกัน คุณน่ะเป็นพวกรุนแรงแบบไม่แสดงออก
- คุณเชื่อทุกครั้งที่เธอบอกว่า "ขอโทษ" และ "มันจะไม่เกิดขึ้นอีก"
- คุณอายเกินไปที่จะเลิกกับเธอเพราะคงไม่มีใครเชื่อคุณ
- คุณกลัวว่า ทุกคนจะโกรธถ้าคุณอยู่กับเธอนานเกินไป
หรือไม่ก็เพราะคุณจะเป็นตัวทำลายมายาภาพแห่งชีวิตที่สวยหรูของเลสเบี้ยน
- คุณอาจจะรู้สึกผิด และต้องรับผิดชอบต่อความกราดเกรี้ยวของเธอ เพราะเธอบอกว่า "ฉันไม่โกรธคนอื่นแบบนี้ มีแต่เธอนั่นแหละ เธอเป็นคนทำให้ความโกรธของฉันประทุออกมา"
- ผู้ให้คำปรึกษาด้านชีวิตคู่ของคุณ เห็นว่าการที่คู่ของคุณใช้ความรุนแรงนั้นไม่ใช่ความรับผิดชอบของเธอ แต่กลับพยายามช่วยให้คุณสามารถช่วยเธอให้ได้ในเวลาที่เธอกราดเกรี้ยว
- คุณอาจจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกันและการแยกจากกันนั้นอาจจะเป็นเรื่องยุ่งยาก
- คุณรู้ว่าเธอโตมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง และคุณต้องการจะช่วยเธอให้พ้นความเจ็บปวดในวัยเด็กนั้น
- คุณพยายามมองว่าความรุนแรงและอันตรายที่คุณต้องเผชิญอยู่นั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเธอนั้นโกรธเกรี้ยวอยู่เป็นปกติประจำวัน
- คุณรักเธอและต้องการทำให้ความสัมพันธ์ราบรื่นฉันรู้สึกขอบคุณการแสวงหาด้านชีวิตฝ่ายจิตใจ ที่ทำให้ฉันได้รับของขวัญจากประสบการณ์นี้
แต่ฉันไม่ได้รู้สึกขอบคุณความรุนแรงในครอบครัว ไม่มีใครสมควรที่จะใช้ชีวิตกับคนรักอย่างหวาดกลัว ทุกคนสมควรที่จะมีความสุข ความปลอดภัยและอยู่อย่างสันติ
ความรุนแรงในครอบครัวจะไม่อันตรธานหายไปเอง ถ้าไม่มีการกระทำใดๆเพื่อหยุดยั้งวงจรแห่งความรุนแรง มันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดจะลงเอยที่ คนที่ใช้ความรุนแรงฆ่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย หรือไม่ก็คนที่ถูก กระทำรุนแรง ฆ่าตัวตาย
ถ้าคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องหาความช่วยเหลือ
องค์กรที่ทำงานด้านความรุนแรงในครอบครัวทั้งหลาย จะให้ความช่วยเหลือคุณ เช่น การวางแผนด้านความ ปลอดภัย, การให้ความช่วยเหลือด้านกฏหมาย, ให้การช่วยเหลือที่ฟรีและเรื่องของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ ตลอดจนมีการให้บริการที่พักพิงชั่วคราว และให้การศึกษาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเริ่มต้นก้าวใหม่ของชีวิตฝ่ายจิตใจถึงเวลาแห่งการเยียวยารักษาและความสุขแล้วหลิน แปลจาก บทความของ แคธี บุชชา จากเมืองทัคซัน รัฐอริโซนา
สหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ใน Lesbian Connection, Vol. 24, Issue 1