บทความ
โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่

ที่ทางของหญิงรักหญิง

เพราะที่ทาง หรือสถานที่พบปะสังสรรค์กันของหญิงรักหญิงในเมืองไทย ไม่ได้มีมากมายเหมือนของกลุ่มชายรักชาย (นี่คืออีกความแตกต่างระหว่างหญิงรักหญิงและชายรักชาย)ทำให้พวกเธอทั้งหลายไปรวมตัวกันอยู่ในอินเตอร์เน็ตแทน อย่างที่ผู้เขียนได้เขียนถึงในครั้งก่อน ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีวาระ โอกาส ที่ชาวหญิงรักหญิง ได้พบปะสังสรรค์เจอหน้ากันตัวเป็น ๆอยู่เหมือนกัน เช่นในงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นของเวบไซต์ญรญ.ต่างๆ

แต่นั่นก็เป็นงานสังสรรค์สำหรับกลุ่มหญิงรักหญิงวัยรุ่นเสียมากกว่า ที่ไปเต้นรำสนุกสนาน ทว่าหญิงรักหญิงอีก จำนวนไม่น้อย หรือจะเรียกว่าวัยทำงานที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ไม่ได้อยากไปแด้นซ์กระจายอย่างนั้น หาก อยากสังสรรค์ นั่งคุยกัน ทานอาหาร กิน ดื่ม มีเพลงเบา ๆ เปิดคลอไปด้วย แต่ปัญหาก็คือว่าไม่รู้จะไปที่ไหนดี

10 คำถามยอดฮิตในลิสต์ของผู้เขียนที่มักจะได้เจอเสมอไม่ว่าจากเพื่อน ๆ หญิงรักหญิงด้วยกันเอง หรือไม่ใช่หญิงรักหญิงก็เถอะ จึงมีคำถามว่า "มีร้านอาหาร หรือผับของหญิงรักหญิงบ้างมั้ย" รวมอยู่ด้วย อย่างไม่สามารถตัดทิ้งไปได้

ผู้เขียนก็ได้แต่ส่ายหน้าบอกว่าไม่มีหรอก ร้านสำหรับหญิงรักหญิงโดยเฉพาะเช่นนั้น หากมีก็เป็นร้านที่ยินดีต้อนรับ คนรักเพศเดียวกันมากกว่า โดยอาจจะมาจากเจ้าของร้าน หรือหุ้นส่วน ผู้ใกล้ชิด "เป็น" นั่นเอง

เคยถามเจ้าของร้านทั้งหลายอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าทำไมไม่เปิดเป็นร้านสำหรับหญิงรักหญิงโดยเฉพาะไปเลย ส่วนใหญ่แล้วก็บอกว่ากลัว ทั้งกลัวสังคมไทยจะรับไม่ได้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือกลัวหญิงรักหญิงด้วยกันเองนี่ล่ะ ไม่มา เพราะถ้าปะยี่ห้อว่าเป็นร้านสำหรับหญิงรักหญิงให้คนทั่วไปรู้จักแล้ว

มันก็คล้ายหมายความว่าคนที่เข้ามาในร้านนี้จะต้องเป็นหญิงรักหญิงแหง ๆ สำหรับคนที่เปิดเผยนั้นก็ไม่กระไรหรอก แต่คนที่ไม่เปิดเผยนี่สิ น่าจะจำนวนมากกว่ามาก ๆ แล้วจะมีลูกค้าหญิงรักหญิงที่ไหนเข้าร้านล่ะ

นั่นเป็นความเห็นของผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ผู้เขียนเคยคุยด้วยเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ถึงวันนี้เหตุการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ได้ข่าวมาว่าที่เชียงใหม่ มีอยู่ร้านหนึ่ง เป็นบาร์ของหญิงรักหญิง ผู้เขียนก็ดีอกดีใจมาก ให้เพื่อนที่นั่นลองไปสำรวจดูว่าเป็นเช่นไร จากที่ดีใจ กลับกลายเป็นอาการอกหักโดยพลัน เพราะเพื่อน กลับออกมาเล่าว่า ที่เขาโฆษณาว่าเป็นร้านของหญิงรักหญิงโดยเฉพาะมันไม่ใช่ แขกที่นั่งอยู่ใน ร้านตอนเพื่อนเข้าไป ก็มีแต่ผู้ชาย แถมนั่งเม้าท์ เอ้ย คุยถึงหญิงรักหญิงแบบโจ๊กอีกต่างหาก

เฮ้อ…ไม่อกหักอย่างไรได้เล่าคะ

ทุกวันนี้จึงยังไม่มีร้านสำหรับหญิงรักหญิงโดยเฉพาะ นอกจากร้านอย่างที่บอกไป หรือที่รู้กันใน "วงใน" หรือร้านที่เจ้าของไม่ใช่ แต่ก็ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกคนโดยเท่าเทียมเสมอกัน

ที่เห็นหญิงรักหญิงในเวบไซต์สะพาน นัดไปเจอกันสังสรรค์ก็คือ ร้านลำพู (โทร. 02 2804529, 02 2826304) ท่าพระอาทิตย์ ตรงกันข้ามกับป้อมพระสุเมรนั่นร้านนึง อีกร้าน ก็คือ be my guest ตรงสุขุมวิท 31 และอีกร้าน ที่เห็นเพื่อน ๆ ชอบไปกันก็คือ ร้านเย็นสบายชายน้ำ แต่ออกจะไกลหน่อย คือที่ปากเกร็ด (โทร. 02 9038092) ส่วนที่เชียงใหม่ มีร้าน สวนสาธารณะ (Noodle - Drink - Exhibition Bar - Activities room) อยู่ตรง ถ.นิมมานเหมินท์ หลังร้าน The Pasta ใกล้หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร้านนี้กลางวันขายก๋วยเตี๋ยว บ่าย ๆ ค่ำ ๆ มีเครื่องดื่มทั้งเมาและไม่เมาไว้บริการค่ะ สังเกตได้ไม่ยาก เพราะหน้าร้านจะมีธงสีรุ้งติดไว้ด้วย

ทั้งหลายร้านที่แนะนำนั้น เป็นร้านเท่าที่ผู้เขียนทราบ หากใครรู้จักร้านอื่น ๆ อีก เขียนมาบอกเล่ากันหน่อยก็ดีที่ ipinkpride@yahoo.com

ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยถูกเพื่อนถามในประเด็นเดียวกันนี้ ว่าทำไมจะต้องไปร้านของหญิงรักหญิงโดยเฉพาะด้วยเล่า จะแบ่งแยกตัวเองไปถึงไหน เพราะร้านทั่ว ๆ ไปเขาก็ไม่ได้กีดกันรังเกียจคนที่เป็นหญิงรักหญิงอะไรเลยนี่นา

"เต็ม" อายุ 33 ปี ทำงานบริษัทโฆษณา บอกกับผู้เขียนว่า "ไม่เห็นต้องมีร้านเฉพาะของหญิงรักหญิง ไปที่ไหนก็ได้ อย่าลืมว่า ในการเป็นหญิงรักหญิงมันมีความแตกต่าง มีความเป็นปัจเจกอยู่ด้วย รสนิยมก็หลากหลาย บางคนชอบแจ๊ส บางคนชอบร็อค บางคนชอบสุนทราภรณ์ แล้วยังไงหรือ"

ก็ถูกล่ะค่ะ จะว่าไป ร้านไหน ๆ เราก็เข้าไปนั่งได้ทั้งนั้น ในฐานะของลูกค้า ที่มีสตางค์ไปสั่งอาหารรับประทานแล้วจ่าย และทุก ๆวัน เราก็มีชีวิตอย่างนั้นอยู่แล้วนี่นา

แต่มันจะดีกว่ามั้ย หากมีร้านที่เราไปนั่งทานอาหารกับแฟน แล้วแสดงท่าทางใกล้ชิด โรแมนติคได้อย่างสบายใจ โดยไม่กลัวว่าโต๊ะข้าง ๆจะเขม่นเอา จะดีกว่าหรือเปล่า ที่เราไปนั่งคุยกับเพื่อน ๆ ถึงการเป็นหญิงรักหญิงของตัวเอง โดยไม่ต้องป้องปากกระซิบ เพราะกลัวว่าโต๊ะข้าง ๆ จะรู้ว่าเราเป็นหญิงรักหญิง และจะดีแค่ไหน หากเรา สามารถส่งสายตาให้เธออีกคนได้ โดยไม่ต้องมาลุ้นต่อว่าเธอจะใช่หญิงรักหญิงหรือเปล่าหว่า

"เป้" ทอมไทย วัย 30 ปี ทำงานส่งเอกสาร ที่พบรักกับหวานใจในงานสังสรรค์ของหญิงรักหญิงงานหนึ่ง บอกว่า "ถ้ามีร้านสำหรับหญิงรักหญิงโดยเฉพาะ จะดีมาก เพราะเวลาเหงา ๆ เบื่อ ๆ ไม่รู้จะไปไหน ก็น่าจะสามารถ ไปนั่งที่ร้านได้ คุยกับเพื่อน ๆ หัวอกเดียวกัน มันจะเข้าใจกันง่ายกว่า"

แต่ร้านอย่างที่เป้ฝันถึง ก็ยังคงเป็นแค่ฝันกันต่อไป เพราะวิถีชีวิตของหญิงรักหญิงนั้น การออกไปดื่มไปเที่ยวนอกบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นประจำ เหมือนชายรักชาย นอกจากวาระ โอกาสพิเศษจริง ๆ

เคยถามเพื่อน ๆที่เคยอยู่ต่างประเทศ ถึงร้านสำหรับหญิงรักหญิง ก็ได้คำตอบว่า มีอยู่เหมือนกัน แต่ออกจะ เงียบ ๆเหงา ๆถ้าเทียบกับร้านสำหรับชายรักชายที่ดูมีสีสันตระการตามากกว่า ฟังแล้วก็ทำให้อดนึกต่อไปไม่ได้ว่า หรือการดำเนินของหญิงรักหญิงทั่วโลกมีรูปแบบที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน

เพราะในเมืองไทยก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน มีบาร์ มีดิสโก้เธค มีเซาว์น่าสำหรับกลุ่มชายรักชายมากมายหลายแห่ง แต่ร้านสำหรับหญิงรักหญิง ไม่มี หรือมีก็มีอย่างแอบแฝงคลุมเครือเหมือนที่เคยเป็นมา

พื้นที่ ที่หญิงสามารถเป็นตัวของตัว(เป็นๆ) เองได้ จึงอาจมีแค่ในห้องนอนส่วนตัวขนาด 4x5 เมตร ที่มีเพียงเราสอง (ที่รู้กัน) เท่านั้นเอง.



จากคอลัมน์ Out and about หนังสือพิมพ์ The Nation
Published on Jun 25, 2004
แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย ไพศาล ลิขิตปรีชากุล


Beyond the internet, gay women are still in search of a modern
lebos

Some 2,600 years have passed since the poetess Sappho and like-minded women on the Greek island of Lesbos were free to express their feelings toward other women, with some poetry and prose still preserved today.

What hasn't changed in well over two millennia is the world is still dominated by men. Even today, the public life of gay women is still limited to small islets, compared to the abundance of venues for gay men.

As already described in a previous column, the biggest 21stcentury equivalent of Lesbos where girls meet girls is the Internet. Nevertheless, the persistent question which I am always asked is: Where are the real-life places for people like us to meet?

It's true that a lesbian website organises meetings "in-the-flesh" every Saturday, but it's tailor-made for younger student types who like to dance and party - a scene where many working age lesbians don't feel entirely comfortable. They would prefer a place with light music, good
food and nice ambience for conversation, but where?

As far as I know, there's no such thing as a lesbian venue. The closest would be many of the lesbian-friendly places owned by like-minded owners or partners.

After interviews with these owners, there was one obvious answer why they don't make their places a full-fledged lesbian venue. They are afraid Thai society isn't ready for such a thing.

Another reason - more paradoxical - also emerged: the fear that rather than attracting more lesbian customers, it will drive them away - particularly the more numerous closeted ones. These opinions were expressed years ago, but apparently the situation hasn't changed much.

Earlier this year, there was news of a new "lesbian" bar opening its doors in Chiang Mai. Out of excitement, I asked one of my friends to check it out. It turned out to be the biggest let down. According to her, the customers in the bar when she went in were . . . all men. And to make matters worse, they were bad-mouthing lesbians with obnoxious jokes.

So while the supply side has not yet risen to meet with the demand, we will have to meet at a middle-point compromise. These are places already proven willing to welcome customers,
regardless of sexual orientation.

A place that Sapaan Group members often meet is Lumpoo near Phra Arthit Pier. In the Sukhumvit area, there's Be My Guest at Soi 31.and Yen Sabai Chai Nam, a bit further in Nonthaburi's Pakkred (02) 903 8092).

In Chiang Mai, Suan Satharana serving noodles and drinks is popular. It's located on Nimmanhaemin Road near the Chiang Mai University Auditorium. Look for the rainbow flag on the shop front.

For someone who doesn't care much for a lesbian-only venue like 33-year-old advertising executive Tem ("Each lesbian is also an individual with different tastes. So what is a 'lesbian place'?"), life is probably okay as it is.

But for those who are like Pey, a 30-year-old courier who yearns for a place where a same-sex couple can be comfortably romantic with one another, where singles can meet one another
without the awkward risks of gaydar failure, and where lonely souls can find friendship and advice, the quest for a real-life Lesbos goes on.

They hang on to the hope that one day a brave entrepreneur will help fill this niche in the market and the void in the lives of many gay women.

Until then, Lesbos probably exists for modern day Thai lesbians only in our four-by-five bedrooms.