บทความ
โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่
เขาบอกว่าเธอโหด...
ดี้โหดรัว 9 นัด ยิงทอมคู่รักเก่าดับ
จากข่าว "ดี้โหดรัว 9 นัด ยิงทอมคู่รักเก่าดับ!!!"* ที่ตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับรับต้นปีที่ผ่านมา ดูจะตอกย้ำความเชื่อความคิดของประชาคนทั่วไปได้เป็นอย่างดีที่ว่า "คนพวกนี้ใจคอเหี้ยมโหด" และเมื่อตาม อ่านความเห็นท้ายข่าวในเว็บบอร์ดของหนังสือพิมพ์ต่างๆ ต่อก็จะพบความเห็นที่สอดคล้องกับมายาคตินี้จริงๆ ที่ว่า ดี้มือปืนคนนี้ใจคอโหดเหี้ยมมาก เพราะยิงไปได้ตั้ง 9 นัด แล้วจึงตบท้ายด้วยความเห็นที่พอจะสรุปได้ประมาณว่า "อยากวิปริตผิดธรรมชาติก็เป็นอย่างนี้แหละ เขาสร้างผู้ชายมาให้คู่กับผู้หญิงดีอยู่แล้วไม่ชอบ" เหมือนว่าเป็นการ สมควรแล้วที่ทั้งคู่จะได้รับผลเช่นนี้ไม่เพียงแต่เว็บบอร์ดของหนังสือพิมพ์ทั่วไปเท่านั้น ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์หญิงรักหญิงเอง เธอคนนี้ได้รับคำ ประนามจากผู้ที่นิยามตนเองว่าเป็นหญิงรักหญิงเช่นเดียวกันแม้จะไม่รุนแรงเท่าความเห็นตามเว็บบอร์ดทั่วไปก็ตามที
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งนี้ ผู้เขียนจะไม่ขอพูดถึง เนื่องจากในหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ ก็มีรายงาน ข่าวแตกต่าง กันออกไปจนทำให้ไม่สามารถสรุปที่มาของเหตุการณ์นี้ได้แน่ชัด นอกจากนั้นผู้ต้องหาในคดีนี้ก็ได้รับ โทษไปตามกระบวนการทางกฎหมายแล้วด้วย
แต่ที่ผู้เขียนสนใจกลับเป็นประเด็นที่เนื้อหาในข่าวรายงานค่อนข้างจะตรงกันทุกฉบับ ที่ว่า
"นางแอนนาเป็นไบเซ็กช่วล มีความสัมพันธ์ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย"**
เพราะเป็นประเด็นที่น่าจะทำให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกันได้ทั้งนี้ จากการสังเกตตามสื่อต่างๆ ผู้เขียนพบว่าคนส่วนใหญ่จะรับรู้การมีอยู่ของคนชายขอบทางเพศ จำกัดอยู่แค่กลุ่มเกย์ กะเทย ทอม ดี้ เท่านั้น แม้ทฤษฎีว่าด้วยเรื่องเพศ จะแบ่งพฤติกรรมทาง เพศของมนุษย์เราออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ อันได้แก่ รักต่างเพศ รักเพศเดียวกัน รักสองเพศ ก็ตาม
แต่คนรักสองเพศ ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีตัวตนสักเท่าไร ถือเป็นคนส่วนน้อยในกลุ่มคนส่วนน้อยทางเพศอีกทีก็ว่าได้ กระทั่งในกลุ่มหญิงรักหญิงเอง หญิงที่รักสองเพศก็มีแนวโน้มที่จะถูกเลือกปฏิบัติอย่างอ่อนๆ เพราะถูกมองว่า เป็นหญิงรักหญิงไม่แท้ เดี๋ยวรักผู้ชาย เดี๋ยวรักผู้หญิง ซึ่งจะว่าไปก็เป็น การกระทำที่ไม่ต่างจาก ที่คนรักต่างเพศ ปฏิบัติต่อคนรักเพศเดียวกันนัก
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากพฤติกรรมทางเพศที่ถูกแบ่งเป็นประเภทต่างๆ นั้นแล้ว ผู้เขียนกลับมองว่าการเป็น หญิงรักสองเพศในสังคมไทยมีความซับซ้อนมากกว่านั้น เพราะผู้หญิงที่ถูกติดป้ายว่าเป็นหญิงรักสองเพศ คือมีสามี และมีคู่รักเป็นผู้หญิงด้วย เช่นกรณีของผู้ต้องหาคนนี้ ส่วนใหญ่มักจะเคยเป็นหญิงรักหญิงมาก่อน แต่ด้วยความคิด ความเชื่อแบบรักต่างเพศเป็นใหญ่นั่นเอง ที่ทำให้ผู้หญิงเหล่านี้ต้องกลายสภาพมา เป็นหญิงรักสองเพศในที่สุด
ผู้เขียนรู้จักหญิงรักหญิง หรือ ทอม ดี้ จำนวนมาก ที่จำต้องเลิกร้างจากคู่รัก (ผู้หญิง) ของตัวเอง เพื่อไปแต่งงาน ตามที่พ่อแม่ญาติพี่น้องต้องการ เช่นเดียวกับที่รู้จักหญิงรักหญิงจำนวนมาก ที่เคยมีสามี มีลูก แล้วหย่าร้างกัน เพื่อกลับมามีคู่รักเป็นผู้หญิงอีกทีหลังจากนั้น ซึ่งแน่นอนว่า พวกเธอส่วนใหญ่เหล่านี้เคยมีคู่รักเป็นผู้หญิงมาก่อน แต่ก็มีอยู่บ้างเช่นกัน ที่มาค้นพบและยอมรับกับตัวเองภายหลังจากแต่งงานไปแล้วว่าชอบผู้หญิงด้วยกันมากกว่า
ผู้เขียนเคยสนทนากับผู้หญิงคนหนึ่งที่นิยามตัวเองว่าเป็นทอม วัยประมาณ 50 ปี เธอเล่าให้ฟังว่ารู้สึกทรมานมาก แค่ไหนกับการเป็นเมีย เป็นแม่ทุกวันนี้ แต่เธอก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ปัจจุบันของเธอได้
หญิงรักสองเพศส่วนใหญ่ในสังคมไทย จึงมีแนวโน้มที่เคยเป็นหญิงรักหญิงมาก่อน แต่เนื่องจากการไม่ยอมรับของ สังคมต่อคนรักเพศเดียวกันทำให้พวกเธอจำนวนมากต้องกลับเข้าสู่การแต่งงาน มีสามี มีลูกเพราะหัวแข็งไม่พอ ที่จะทนแรงกดดันจากสังคม ครอบครัว และคนรอบข้างได้
กรณีของนางแอนนา ยมจินดา ผู้ต้องหาคดีนี้ ผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ว่าการที่เธอ "เป็นไบเซ็กช่วล มีความสัมพันธ์ ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย" ตามรายงานในข่าวนั้น เกิดจากเงื่อนไขทางสังคมดังที่ผู้เขียนได้เขียนถึงนี้หรือเปล่า
แต่เบื้องหลังความเหี้ยมโหดของเธอ ดังที่ใครๆ ประนามนั้น ผู้เขียนกลับมองว่า กรอบ กฎ ความคิด ความเชื่อ การให้ความหมาย คุณค่าต่อเรื่องเพศของสังคมไทยที่คับแคบ ตายตัว (แม้กระทั่งในกลุ่มคนรักเพศเดียวกันเอง) ต่างหาก ที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่า
ซึ่งเชื่อว่า นอกจากคนรักเพศเดียวกันและคนรักสองเพศแล้ว แม้กระทั่งคนรักต่างเพศ ก็คงถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด ด้วยเช่นกัน จากกรอบนี้.
หมายเหตุ : *,** หัวข้อข่าวและข่าวจากผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 4 มกราคม 2548
บทความนี้เขียนลงครั้งแรกในเว็บไซต์ประชาไท
สะพาน : กลุ่มสร้างสื่อเพื่อความเข้าใจเรื่องคนรักเพศเดียวกัน
Sapaan Group : Alternative Media For LGBT
