...........................................................................................................................................................
เรื่องของเรา
![]()
เรื่องของสีดำ
แสงไฟดวงสุดท้ายในห้องนอนดับวูบลงพร้อมกับสติสุดท้ายที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องอยู่ในรูหูว่าถึงเวลานอน
เสียที ร่างที่นอนแบ่บแน่นิ่งไม่ไหวติงบนเตียงกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะข่มตาตัวเองให้เข้าสู่ภวังค์การหลับใหล ทั้ง ข่มตาและข่มใจ
ไฟดวงสุดท้ายในห้องนอนดับวูบลงไปได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว และเจ้าสติสุดท้ายมันก็ยังกระซิบคำเดิมอยู่นั่นเอง แต่ดูเหมือนไร้ประโยชน์ จนตอนนี้ชักจะเริ่มหนวกหูกับเสียงหงิงๆน่ารำคาญของจิตสำนึกตัวเอง ฉันพลิกตัวอีกครั้ง หันหน้าหนีจากกำแพงสีเปลือกไข่ ไม่ไหว
ยิ่งมองยิ่งหลับไม่ลงเลยคิดว่าภาพหน้าต่างอีกด้านนึงดูจะยวนใจและโน้มน้าวอารมณ์ง่วงได้มากกว่า ฉันนอนนิ่ง ตะแคงมองเจ้าหน้าต่างบานเดียวในห้อง ตอนนี้ผ้าม่านลายตารางโบกปลิวอยู่ไหวๆ หน้าหนาวแล้ว...
ต้นเดือนพฤศจิกายน ฤดูกาลแห่งความแห้งชื้น ฉันล่ะเบื่อ เบื่อไปได้ไม่นานก็เอื้อมมือไปเปิดพัดลมจากเบอร์ 1 เป็น เบอร์ 2 ...หน้านี้หน้าหนาว...หน้าหนาว
ทำไมถึงต้องมีฤดูหนาว และทำไม่ฤดูหนาวถึงไม่หนาว ค่านิยมของคนไทย ชอบทำอะไรเลียนแบบของจริง แถมยังปลอม แปลงได้เนี้ยบไม่มีที่ติอีกด้วย มีช่วงนึงเคยตื่นตาตื่นใจไปกับฝนเทียม อะไรจะขนาดนั้น ฝนยังเทียมกันได้ มาคราว นี้อารมณ์ตื่นเต้นไม่มากเท่าครั้งก่อน เมื่อรู้ว่ามีหนาวเทียม เออ..หนาวก็เทียมกันได้
ทำไมไม่ง่วงซักที!!
สายลมวูบนึงพัดผ่านผ้าม่านลายตารางเข้ามา รู้สึกถึงไอแดดร้อนๆขึ้นมาเสียเฉยๆ นึกไปถึงสมัยก่อน เมื่อครั้งยังเป็น เด็กๆ หน้าหนาวนั้นมันหนาวได้ถูกใจพระเจ้าจอร์ชจริงๆ และพอนึกถึงเรื่องเก่าๆในสมัยก่อนๆขึ้นมา ก็อดไม่ได้ที่จะ ต้องคิดถึงภาพเงาของใครบางคน กับเรื่องบางเรื่อง
แสงจันทร์ด้านนอกจะสวยขนาดไหนกันหนอ..
ลุกจากเตียงหลังย่อมอย่างทุลักทุเลเพราะเจ้าบรรดาสิ่งกีดขวางจำพวกตุ๊กตาหมาแมวนั้นมันนอนกันเกลื่อนเตียงเต็ม
ไปหมด จนมาหลังๆเมื่อเห็นว่าอาการพยายามจับมันโยนออกไปให้พ้นแข้งพ้นขาที่พวกมันพากันมาโถมทับนั้น เป็นการกระทำที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างสิ้นเชิง มิหนำซ้ำยังทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าปวดปร่าตามหัวไหล่อีกด้วย
ก็เลยลุกขึ้นยืนบนเตียงแล้วก็เหยียบข้ามหัวพวกมันลงมาซะอย่างนั้น
ฉันเดินหัวซุนไปข้างหน้าอย่างตุปัดตุเป๋ เกือบจะหัวคะมำเพราะเจ้าแมวกาฟิลล์พุงอ้วนอยู่แล้วเชียว โชคดีที่รอดมา ได้อย่างหวุดหวิด ไม่มีอะไรมาขวางกั้นอาการอยากดูพระจันทร์ของฉันในค่ำคืนนี้ได้หรอก ถึงแม้มีก็จะฝ่าไปให้ถึงระเบียง ให้ได้แหละ
แต่พอออกมาได้จริงๆ กลับรู้สึกไม่สมหัวใจอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรกเสียแล้วพื้นห้องนั้นเย็นเฉียบทีเดียว ไม่น่าเชื่อ หรือว่าหน้านี้มันหน้าหนาวจริง ไม่ใช่หน้าหนาวเทียม ต้องการผ้าห่มมาห่มเท้าเสียจัง หันมาสนใจพระจันทร์กันดีกว่านะคุณ อย่าเพิ่งไปสนใจพื้นห้องมากนัก
พระจันทร์ของฉัน มันไม่มีน่ะสิ ทำยังไง....ใครเอาพระจันทร์ฉันไปล่ะ มันเคยอยู่ตรงนี้นี่นา เจ้าลูกกลมๆสีเหลืองนวลตา บางทีก็เป็นเศษเสี้ยวแหว่งเว้า บางทีมันดูเหมือนเส้นโค้งบางกระจิ๋วหลิว แต่มันไม่เคยไม่อยู่
ใช่แน่....มีคนขโมยพระจันทร์ไปจากระเบียงห้องของฉัน แล้วนี่จะทำยังไง ปัญหาก็คือ ตอนนี้ฉันนอนไม่หลับ และยัง ไม่อยากนอนปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือ พระจันทร์มันหายไป และก็.....ฉันเข้าใจหน้าหนาวผิด อันที่จริงตอนนี้ ยังอยู่ในช่วง ร้อน ไม่มาก เท่านั้นเอง
ทำไมคนเราถึงชอบทำอะไรหายไปจากชีวิตล่ะ แต่ให้ตายเถอะ ถึงแม้ตั้งแต่เกิดมาจะได้รับคำบ่นอยู่เสมอว่าเป็น คนสะเพร่า ไม่ละเอียดรอบคอบ ไม่มีความรับผิดชอบต่อ สัตว์ สิ่งของ และคนเพียงบางคน ทำให้ต้องตก ที่นั่งกลายเป็นผู้ไม่ค่อยมีความระมัดระวังในการหมั่นดูแลรักษาข้าวของอันเป็นของตัวเองเท่าไหร่
แต่ให้ตายอีกครั้ง....ฉันไม่เคยทำของใหญ่ๆ หายเลยซักที เรื่องนี้ใหญ่จริงนะ พระจันทร์ตั้งดวงนึง ซึ่งก็คาดว่าน่า จะเป็นดวงที่เต็มใบเสียด้วย
ทำไงดีล่ะ จะให้พระจันทร์เสี้ยวมันมาแทน ก็คงจะแปลกนัก เกิดคนอื่นสงสัยขึ้นมาจะทำยังไง ก็ช่วงนี้มันต้องเต็มดวงสิ....
คิดหนัก และคิดหนัก มันหายไปไหนนะแล้วฉันจะหามันเจอมั๊ย หลายสิ่งหลายอย่างที่หายไปจากชีวิตแล้วก็หายไปเลย
ไม่เคยจะเหลียวย้อนกลับมาทักทาย หรือแม้แต่พบเจอกันเป็นครั้งคราวก็ไม่มี ไม่ส่งข่าวมา ไม่มีข้อความ ไม่มีความคำนึง
แต่ไม่แน่พระจันทร์อาจจะส่งข้อความหาฉัน ถ้าเกิดเป็นอย่างนั้นก็ต้องขอโทษที่ไปกล่าวว่าร้ายให้กับคุณพระจันทร์
ไม่อยากจะให้อะไรหายไปจากชีวิตอีกแล้ว ฉันยอมรับความสูญเสียต่อไปแทบไม่ไหว ทำไมฟ้าดินกลั่นแกล้งกัน อย่างนี้ก็ไม่รู้ เงาเมฆก้อนใหญ่ดูทะมึนทึมน่ากลัวกำลังลอยเอื่อยๆไปตามกระแสสายลม ร้อนไม่มาก นิ่งมองเจ้าก้อน เมฆยักษ์อยู่เป็นนาน แอบถามมันในใจว่าเห็นพระจันทร์ของฉันบ้างหรือเปล่า
คุณเห็นมันบ้างไหม เมฆก้อนนั้นลอยส่ายไปมา คล้ายการปฏิเสธ
ฉันนอนไม่เป็นสุขแน่ สังหรณ์อยู่แล้วเชียวว่ามันแปลกๆ ทำให้นอนไม่หลับเลย เมฆลอยนิ่ง รับฟังสิ่งที่ฉันพูด อย่างตั้งอกตั้งใจ
ใครเอามันไปไหน ใครเอามันไปซ่อนหรือเปล่า ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เห็นเพียงแต่เงาไหวๆของกลุ่มก้อนเมฆก้อน ข้างๆที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ก้อนที่ฉันเสวนาด้วยเดาเอาว่าคงจะเข้าไปชวนกันคุยแทนที่จะมาคุยกับฉันเอาเถอะ
ไม่ว่ากัน เพราะฉันเองก็ไม่เข้าใจภาษาเมฆเท่าไหร่หรอก
เลยนิ่งไปเมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับก้อนเมฆแลจะเป็นไปได้ยากก้อนเมฆอาจไม่รู้ ไม่เข้าใจหรอก ว่าการ ที่ของ สำคัญมันหายไปน่ะ มันเป็นยังไงก็ท้องฟ้าคงไม่มีวันจางหายไปไหนแน่ๆ ยังไง ก้อนเมฆก็ยังคงมีท้องฟ้า คอยประคับประคองโอบอุ้ม
ก้อนเมฆจึงลอยลมบนอย่างเสรี สุดแท้แต่ว่าลมจะพัดพาไปที่ใดโดยมีท้องฟ้าคอยทำหน้าที่เพียงโอบล้อมเอาไว้เพียง
ห่างๆ ก้อนเมฆมีที่ให้อยู่ มีที่ให้กลับมา
แต่กับบางสิ่งล่ะ
และกับบางคนล่ะ
ใครเอามันไปไหนนะ ทุกอย่างเลย ทุกๆอย่างที่มันเคยเป็นของฉัน ไม่อยากใช้คำว่า เคย เท่าไหร่นัก
ฉันไม่ชอบ PAST TENES
เมื่อตอนเด็กๆ ทำของเล่นหาย ทำดินสอลายการ์ตูนหาย ทำปากกาหมึกหอมหาย ญาติบางคนก็หายไปบ้าง แต่อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน ก็เค้าหายไปเอง
พอโตขึ้นมาอีกระดับ บางสิ่งบางอย่างที่หายไปคราวนี้กลับไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้เสียแล้ว
ความรู้สึก..........หาย
ความรักจางหายไป พร้อมกับคนรักที่หายไป
ใครเอาไปไหนฉันไม่รู้ ไม่ทราบ
คงจะดีไม่น้อยที่ก่อนที่เค้าจะไปมาบอกกันซักนิดว่าจะไปไหน จะได้ตามถูก
แต่ก็อย่างว่าแหละ ถ้ารู้กัน ก็คงไม่เรียกว่าหาย
ความรักฉันหายไป เคยตามอยู่พักนึงเหมือนกันนะ แต่จนแล้วจนรอดก็หมดแรงข้าวต้มเสียก่อนไม่ใช่ว่าตามหาไม่เจอ แต่เจอแล้วมันไม่ยอมกลับมาน่ะสิ แค้นนัก
คนเรานี่ก็แปลก ยามรักกันดี อะไรก็ว่าดี แต่พอหมดรักกันไปแล้ว แม้แต่อะไรเล็กน้อยก็ดูเป็นเรื่องที่จะทำ ให้บาดหมางได้ใหญ่โต
โทรหาก็ไม่ได้....ทั้งๆ ที่เค้าเองเป็นคนรับสาย ไม่เสียตังค์ซักหน่อย
แอบไปเจอก็ไม่ได้.......ทั้งๆที่เราก็ออกค่ารถเองทุกทีที่ไปดักเจอนะ
คิดถึงก็ไม่ได้.....ไม่ให้เราคิดถึงอีกแน่ะ กระทั่งความคิดถึงยังงก
เอ้อ.....ตกลงไม่มีอภิสิทธิ์ใดหลงเหลือให้กับคนหัวใจร้าวรานเลย นี่ตกลงคนโดนทิ้งนี่มันทำอะไรไม่ได้นอกจาก ผิด แล้วก็ผิดลูกเดียว
คุณๆ จำไว้นะ อย่าทำอะไรหาย!!
สายลมในหน้า ร้อนไม่มาก พัดมาอีกวูบหนึ่ง ฉันหลับตาสูดรับกลิ่นไอดินชื้นๆที่พื้นสนามเข้ามาในปอด
ตั้งคำถามในใจว่าจะยืนรอพระจันทร์อยู่ที่นี่ไปจนเมื่อไหร่กัน หรือว่าจะเข้าไปนอนรอข้อความที่อาจจะมีมาหา
ไม่อยากให้มีอะไรหายไปจากชีวิตอีก ฉันอาจจะขอมากไป พระจันทร์อาจจะเบื่อก็ได้นะกับคำอ้อนวอน ซ้ำซากวนเวียนของฉัน มันก็เลยยอมเนรเทศตัวเองให้หายไปเสียเลย
ดี สมน้ำหน้ามัน ชอบขออะไรไม่เป็นเรื่อง เค้ามีแต่ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง
นี่อะไร ขออะไร งี่เง่า!!!
ไม่โทษพระจันทร์หรอก อยากบอกอย่างนั้น ฉันเองมันคนที่ชอบทำให้ใครต่อใครเค้าหนีหายไปจากชีวิตอยู่แล้ว
เพียงแต่ฉันเป็นห่วงมนุษย์โลกคนอื่นเท่านั้นเอง ก็ไม่มีพระจันทร์เต็มดวงแล้วชีวิตจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้นกับวันพระ และวันลอยกระทง
วันเพ็ญเดือน 12 น้ำต้องนองเต็มตลิ่งฉันเคยได้ยินจากที่ไหนแว่วๆ ว่า ถึงน้ำจะเน่า แต่ก็ยังเห็นเงาจันทร์ นี่พยายามบอก นะว่าที่อ้อนวอนขอร้องให้กลับมาเนี่ย ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย ห่วงชาวบ้านชาวช่องตาดำๆ ไม่มีพระจันทร์แล้วใครจะยัง อยากนั่งมองน้ำเน่าๆที่ไม่เห็นเงาอะไรเลย
พระจันทร์อยู่ไหน เจ้าเป็นสิ่งที่ฉันสามารถครอบครองได้ในตอนนี้ อย่างน้อยก็เงาของเจ้า ฉันเพียงแค่ได้เฝ้ามองก็พอแล้ว จะไม่รบกวน ไม่แตะต้อง ไม่เอื้อมคว้า
เหตุใดจึงต้องหนีกันไปอีกด้วยเล่า หรือเพียงการมีชีวิตอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้ เจ้าก็ไม่อยาก
เออหนอ.....อันตัวเรานี้มันคงจะทรามเสียจริง ถึงได้เฝ้าทำร้ายความรู้สึกของใครต่อใคร ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า
พระจันทร์คงจะหนีหายไปจากกัน เหมือนกับที่ใครบางคนที่หนีหายไปจากฉันนั่นแหละ เพียงแค่แอบชื่นชมเงาที่งดงาม ของเค้า เพียงแค่คอยห่วงใยอยู่ไกลๆ ไม่เคยคิดจะได้ครอบครอง ไม่เคยคิดจะอาจเอื้อมไป แตะต้อง.......แต่ก็ดูเหมือน จะเป็นการทำร้ายเค้านักถึงได้หนีหายตัดขาดเยื่อใยถึงขั้นโกรธเคืองแค้นใจกันไปยันลูกคนเล็กบวชเลยกระมัง
ไม่ได้อยากจะไปตอแยหันมาสนใจซักหน่อย แค่ชายตามองบ้างอย่างคนเคยรักกันน่ะ มีให้บ้างไม่ได้หรือ
ตอนนี้ฉันคงต้องละเมิดกฎอีกแล้วก็จะให้ทำยังไง ความคิดถึงไม่ได้เข้าใครออกใครนี่ เค้าห้ามไม่ให้คิดถึงกัน ฉันก็เพิ่ง เคย ได้ยินเนี่ยแหละว่าความคิดถึงมันห้ามกันได้ด้วยความคิดถึงไม่ได้เข้าไปที่เค้า....แต่มันออกไปจากฉันล่ะแน่ๆ
ค่ำคืนนี้ฉันคงไม่ได้ขออะไร ไม่ได้ขอให้ชีวิตไม่มีอะไรหายไป ไม่ได้ขอให้ใครคนนั้นเค้ามีความสุขกายสบายใจ
ไม่ได้ขอ......ขออะไรให้ตัวเอง(.ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับคนอื่นแน่ๆ)
ขอให้คุณฝันดี........ฉันไม่ได้ถามคุณเสียด้วยว่าอนุญาตให้ขอให้ฝันดีได้หรือเปล่า กลัวคำตอบน่ะ แต่ถึงยังไงวันนี้ก็คง จะไม่มีผลอะไรให้แอบอ้างหรอก ก็เพราะผู้นำสารเจ้าจันทร์เจ้าขาของฉัน มันหายไปเสียแล้วสิ
ถ้าพรุ่งนี้ฉันออกมาเวลาเดิมแล้วยังไม่เห็น ก็ว่าจะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่เค้าลงบันทึกประจำวันไว้เสียหน่อย ครบ 24
ชั่วโมงพอดีนี่นะ
เสียงใบไม้ไหว.....สายลม ร้อนไม่มาก พัดมาอีกครั้ง ฉันแหงนหน้ามองก้อนเมฆปึกใหญ่ขนาด มหึมาที่แผ่วงกว้างคับ เต็มท้องฟ้า เห็นแสงนวลๆ ลอดวอมแววออกมาจากซอกหลืบหลังเงามืด
แสงที่คุ้นเคย เป็นแสงที่คุ้นเคยหากแต่ก็ยังคงหลีกเร้นอยู่ภายใต้สิ่งเบียดบังอยู่นั่นเอง
ดูท่า.....ฉันจะทำสิ่งคุ้นเคยหายไปเสียจริงๆ ซะอีกแล้วกระมัง