.............................................................................................................................................................

เรื่องของเรา

เรื่องของเสี้ยวจันทร์

 

"ต้องกลับบ้านไม่เกิน 5 โมงเย็นนะ ไม่งั้น พ่อ ตีแน่ๆ" เป็นประโยค ที่ฉัน ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ

"ไปซื้อน้ำแข็งให้พ่อหน่อย รีบไป รีบมานะ ลูก"

คุณพ่อเป็นนายทหาร เข้มงวดกับลูกๆมาก เพราะมีแต่ลูกสาว กลับบ้านบางวันเห็นผู้หญิง ไม่เคยคุ้นหน้ามาก่อน ยืนด่าแม่อยู่หน้าบ้าน พ่อเมาตามระเบียบอยู่หลังบ้าน เค้าเป็นผู้หญิงอีกคนของพ่อนั่นเอง บอกแม่ว่า อยากให้ พ่อรับเลี้ยงบ้าง

ทุกวันนี้พวกเรา พ่อก็แทบไม่เหลียวแลอยู่แล้ว แม่แบกภาระแทบทั้งหมด ทำไมพ่อเอาเปรียบแม่จัง หรือเพราะ พ่อมีเงินเดือน แม่เป็นแม่บ้าน วันๆดื่มแต่เหล้า มีเพื่อนฝูงมากมาย พี่สาวคนโตส่งไปเรียน หน้าตาดี ยังไม่ทันไร พาหนุ่มเข้าบ้านไปรู้จักพ่อเสียแล้ว ท่านโกรธมาก แต่ก็ต้องปล่อยไป

พี่สาวเรียนไม่จบ หนีไปอยู่ฉันสามีภรรยากับหนุ่มคนนั้น จนทุกวันนี้ ร่วม สิบกว่าปี ไม่เคยกลับบ้านเลย

ฉัน เป็น คนที่สอง พ่อก็ว่าให้ได้ยินทุกวัน "เอ็งอย่าทำตัวอย่างพี่นะ ส่งไปเรียน ไม่ใช่ไปหาสามี" ฟัง ฟัง
แล้วก็กดดัน พอสมควร ฉันเรียน จบ ปวช. ก็สอบติดหน่วยการ กพ. ช่างโชคดีเสียกระไร ได้รับราชการตั้งแต่อายุ สิบเจ็ด ออกไปอยู่บ้านพักราชการ สบายหูดี ไปบรรจุ ซะไกลบ้านเลย

ฉันก็ไม่เคยทอดทิ้ง พ่อ แม่ วันหยุดกลับไปเยี่ยมท่าน เหมือนเดิม ยิ่งแย่พ่อดื่มหนักมาก เพราะน้องสาวอีก คนเจริญรอยตาม พี่คนโต

ฉันไปเรียนต่อ ในวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อจะต่อปริญญา ให้ได้ เงินเดือนข้าราชการมันน้อยนิด ฉันประหยัดสุดๆ ไม่เคยมีโอกาส ไปเที่ยวไหนกะใครเลย หน่วยงานที่ฉันสังกัด ต้องสอบทุกซี ไม่เหมือนหน่วยงานอื่น

จบปริญญาฉันก็สอบเพื่อเลื่อนขั้นไปตลอด ย้ายไปส่วนมากอยู่ภาคอิสาน ฉันไม่คิดมาก สนุกกับการทำงาน หนุ่มที่ตามจีบฉันต้องพากันถอย เพราะฉันทำงานไม่เป็นที่แน่นอน ย้ายบ่อย

ฉันหลงรักหนุ่มคนหนึ่ง บ้านใกล้กันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนมัธยม ด้วยพ่อดุ หนุ่มๆไม่มีใครกล้าเข้าบ้าน
เค้าแต่งงานแล้ว ล่าสุดที่ฉันรู้ และเรามีโอกาสเจอกัน พร้อมครอบครัวเค้า

เสียใจนะ เราคงไม่อาจรักใครได้อีกแล้วมีโอกาสไปรับตำแหน่งอีกทีหนึ่ง ก็ไม่พ้นอิสาน เช่นเดิม ดี จะได้ลืม ความหลังลงไปบ้าง

สามเดือนเท่านั้นเอง ฉันมีเพื่อนร่วมงาน อยู่อีกชั้นหนึ่ง พี่เค้าเป็นผู้หญิง แต่ชอบชวนฉันไปทานข้าว ที่บ้าน เค้าอยู่คนเดียว ช่วยงาน ไปรับ ไปส่ง มีของส่งให้แทบทุกวันที่โต๊ะทำงาน เอ…ชัก แปลกพี่คนนี้

"สิ้นเดือนย้ายบ้านพัก พี่ว่างมั้ย?พอดีมีคนย้ายออก บ้านหลังนี้อยู่ใกล้ ที่ทำงานดีน่ะ ว่าง เดี๋ยวพี่จะชวนน้องๆ มาช่วยนะ"

จากภาพที่เคยเจอ ใส่กระโปรงเรียบร้อย ค่อยๆพูด วันนี้ ใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ โชว์กล้ามเต็มที่ (ยังกะผู้ชายแน่ะ) เหนื่อยทั้งวัน จัดของเสร็จ ไปทานข้าวกันข้างนอก พี่เค้าขอนอนเป็นเพื่อนด้วยกลัวเราเหงา ฉันก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงเลย ไม่คิดอะไร เพราะค่อนข้างสนิทสนมกันดี

ขอนอน อาทิตย์ ละวัน สองวัน สาม วัน ก็ดีมีเพื่อนคุย ผ่านไป เดือนกว่าๆ พี่เค้า จู่ๆ ก็ปล้ำฉัน อะไรกันเนี่ย
บ้าอะไรขึ้นมา ฉันต่อสู้ขัดขืนจนเหนื่อย คืนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืน โกรธพี่เค้านะ ทำไมเป็นคนแบบนี้ ฉันโตจนป่านนี้ ยังไม่มีใคร ลวนลามฉัน และไม่คิดจะเปิดใจให้ใครด้วย

ช่างเหอะ พี่เค้าก็ดีกับเรา ทำเฉยๆ ดีกว่า พี่เค้าก็ยังไม่ยอมเลิกรา ทำตัวปกติทุกอย่าง ความดีของเค้า
และความใกล้ชิด พอพี่เค้าปล้ำอีกที ฉันยอมแต่โดยดี พี่เค้าบอกว่า"พี่ชอบผู้หญิง ตัวเล็กและ อึ๋มแบบนี้แหละ"
ตายล่ะ ครองความเป็นโสดมาตั้งนาน พ่อห้ามเรื่องผู้ชายมาตลอด แต่เราอยู่กะผู้หญิง

ปิดบังตัวเองในที่ทำงานมานานกว่าปีกะพี่เค้า ชีวิตมีความสุขดี ไม่มีใครรับรู้เรื่องของเรา (คิดเองนะ) ฉันเตรียมสอบซีใหม่อีกแล้ว บอกพี่เค้าว่า ช่วงนี้งานยุ่งนะ ช่วยเจ้านาย และเตรียมสอบ พี่เค้าก็ไม่ว่าอะไร

เดือนกว่าๆ ที่ฉันทำงานกลับเกือบเที่ยงคืนทุกวัน ถึงบ้านก็เหนื่อย พี่เค้าก็ไปติวตำรากับเพื่อนี่เรียนโทด้วยกัน บางวันฉีดน้ำหอมกลับมากลิ่นคลุ้งเชียว พูดจาเพราะขึ้น มีโทรศัพท์แปลกๆ มาที่บ้านดึกๆดื่น คุยจะ คุยจ๋า ต่อหน้าเรา ไปรับเราถึงโต๊ะทำงาน เมื่อก่อนไม่เคย

เด็กฝึกงานนั่งโต๊ ะหลังที่ฉันสอนงานให้นั่นเอง หน้าตา สวย เคยขึ้นเวทีประกวดมาเลยละ ฉันไม่เอะใจเลย เพราะเค้าเป็นลูกน้อง

สองเดือนกว่า ฉันทนไม่ได้ ทะเลาะกันอย่างรุนแรง พี่เค้าก็บอกหน้าตาเฉยว่า "คุณทำแต่งาน ชวนไปไหน
ก็ไม่ไป น้องเค้าว่างตลอด ชวนไปไหนก็ไม่มีปัญหา"

พี่เค้าคือคนแรกที่ฉันเพิ่งรู้ว่า การสูญเสียเป็นยังไง ร้องไห้ ไปเท่าไหร่คงไม่เกิดประโยชน์ น้ำหนักลดไปเยอะมาก เพื่อนที่ทำงานก็ห่วง ถามต่างๆ นานา ฉันบอกใครไม่ได้

โชคดีที่ฉันสอบได้ ย้ายไปอยู่อิสานแหล่งกันดานเลยล่ะ ยังคิดถึง ห่วงหา พี่เค้า โทรศัพท์ เดือนแรกหมดไปเกือบ หมื่นบาท เงินเดือนยิ่งน้อยๆ อยู่

งานที่ใหม่ช่วยให้ฉันลืมพี่เค้าได้บ้าง ฉันทำใจทุกวันเพ่อลืมพี่เค้า อยู่ที่นั่น 9 เดือน ฉันย้ายกลับไปที่เก่า ซึ่งพี่เค้าอยู่กะน้องเค้าอย่างเปิดเผย เรายังคงเป็นเพื่อนกัน

เหงาเหมือนกัน เลยเข้า www.กลุ่ม"ญรญ" มีโอกาสพูดคุยกะคนอื่นมากมาย ฉันก็ยังไม่เลือกใคร

พี่จ๋า(นามสมมุติ) หน่วยงานเดียวกัน คุยกันได้ สี่เดือน ก็ตัดสินใจไปหาพี่จ๋าที่เชียงใหม่ พี่เค้าอายุเยอะแล้ว เกือบวัยทอง คิดว่าคงไม่เหมือนคนวัยใกล้เคียงกัน เราคบกันได้ปีครึ่ง ต้องห่างกัน เพราะพี่เค้า บังคับ ฉันให้อยู่ในโอวาทตลอด ยิ่งกว่าพ่อเสียอีก

พี่เค้า รุนแรงเรื่องSex มากเกินไป ฉันเจ็บตัวหลายครั้ง จากการนอนด้วยกัน พี่เค้าดื่มเบียร์จัดทุกเย็น ฉันรักพี่เค้าเหมือนกัน แต่รับไม่ได้ที่เค้าคบกับฉันเพราะเรื่องSex มากไป ฉันตัดสินใจห่างพี่เค้า โดยไม่มี การบอกกล่าว

พี่เค้ารับฉันได้คนเดียว แต่ไม่รับครอบครัวฉัน พี่ น้อง เพือนๆเลย ฉันสอบเลื่อนซีได้อีก ดีใจมาก ย้ายไป อยู่ภาคกลางตอนบนเสียที

ช่วงที่ฉันว่างราวสามเดือนกว่าๆรุ่นน้อง ทางwww โทรหาฉัน และบอกมีงานมาเสนอ ฉันก็คิดว่าไกลขนาดนี้ เค้าคงไม่มา รับปากว่าถ้าไปหาพี่ก็ ตามสบาย บอกล่วงหน้าบ้าง อีก สัปดาห์พี่จะย้ายไปรับตำแหน่งน่ะ

4 มิถุนายน ฉันไปรับ ตำแหน่ง วันที่ 5 น้องตุ๋ม(นามสมมุติ) ไปหาฉันที่บ้านพักเลย ตามแผนที่ ที่บอกทาง โทรศัพท์ ตกใจนะ ไม่คิดว่าตุ๋มจะกล้าไปหา "พี่เลี้ยงข้าวแล้วกันนะ" ถามรุ่นน้องถึงร้านอาหารที่อร่อย ที่สุดในย่านนั้นแล้ว

ฝนตกหนักมาก เลยชวนน้องเค้านอนค้างด้วย ตุ๋ม น่ารัก ตามลักษณะของคนทำงานอิสระ ทั่วไป คุยเก่ง ยิ้มง่าย ฉันตัดสินใจทำงานpart time กับ ตุ๋ม แล้วเค้าก็ติดต่อกลับมาอีก นัดสอนงาน แล้วก็นอนค้างที่ห้อง (แฟนตุ๋ม อยู่ต่างจังหวัด) ตุ๋มก็ยังเหมือนเดิม

ครั้งที่สาม ของการไปนอนค้าง ตุ๋ม ก็ ปล้ำฉัน (ชีวิตฉันทำไมเจอแต่ทอมปล้ำ) ฉันห้ามยังไง สู้แรงน้องเค้า ไม่ได้เลยปล่อยเลยตามเลย และคิดว่าครั้งเดียวก็พอ ตุ๋มสารภาพว่าห่างแฟนมานาน สามเดือนเจอกันที ฉันเข้าใจนะ ตุ๋ม ก็พักต่ออีกสามวัน กลับไปกรุงเทพฯ โทรหาฉันทุกวัน วันหยุดก็ไปหาฉัน แล้วตอนนี้ คบกันได้ สี่เดือนกว่าแล้ว ฉันสังเกตุเห็นตุ๋มเปลี่ยนไป คุยน้อยลง

"อยากให้เรื่องเราจบลงแค่นี้นะ กลัวแฟนจับได้ เรายังเป็นเพื่อนร่วมงานกันได้ เป็นเพื่อนกันได้"

ฉันรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ ฉันบอกตุ๋มว่าฉันไม่เรียกร้องอะไร ขอแค่มีคนห่วงใยบ้างก็พอ " หรือเป็นเวรกรรม ที่พ่อ
เจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน ฉันอธิฐานว่า ขอรับใช้กรรมแทนพ่อทั้งหมด "

ทำให้ฉันต้องรักผู้หญิง ตอนนี้ สามคน แล้ว ที่เข้ามาในชีวิตฉัน และ อีกหนึ่งกำลังจะจากฉันไปเช่นกัน ตุ๋มทำให้ฉัน คิดอะไรได้ หลายอย่าง

ฉันคิดว่า วันหนึ่งถ้าเราต้องจากกันจริงๆ ความเป็นเพื่อนเราคงมีให้กันเสมอ และเช่นกันฉันเตรียมย้ายอีกเช่นเคย เพราะ 6 เดือน มีสิทธ์ย้ายได้


ฉันเคยชวนตุ๋มไปที่บ้าน เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา และ ก่อนไปบอกพ่อ แม่ว่า ชอบผู้หญิงนะ พ่อไม่พูดอะไรสักคำ แม่บอกว่าแล้วแต่ลูกนะ

ตุ๋มเป็นคนแรกที่ไปรู้จักครอบครัวฉัน พี่น้องฉันตื่นเต้นถามใหญ่เลยว่าฉันคิดยังไง "ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันรักผู้หญิง" เพราะ ผู้ชายน่ากลัว

เปิดเผยกับครอบครัวเมื่อตัวเองวัย 36 ปี ครองโสดมานาน 33 ปี มีคนรักคนแรกเป็นหญิง ไม่โกรธตุ๋มที่เค้าบอก ความจริง เพราะ แฟน ตุ๋มฉันมีโอกาสเจอ1 ครั้ง ฉันรับเค้าได้ แต่เค้าคงรับไม่ได้ถ้ารู้ว่าฉันมีอะไรกับตุ๋ม มันช่าง เป็นอะไรที่ ยากแก่การบรรยาย จะมีใครบ้างที่เป็นอย่างฉัน

แล้วถ้าวันหนึ่งตุ๋มจากไปแล้ว ฉันคิดว่า คงครองความโสดอยู่กับตัวเอง ขอย้ายกลับไปภูมิลำเนา เพราะซื้อบ้าน ไว้ที่นั่น ความรักที่ไม่มั่นคง แต่ฉันยังหวังว่าวันข้างหน้าบางที อาจมีใครสักคนที่รับราชการ กินบำนาญเหมือนกัน มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน

ครอบครัวฉันรับฉันได้ก็ดีใจแล้ว ตอนนี้ที่ทำงาน ลูกน้อง เพื่อนๆ สังคมรับรู้ว่าฉันเป็นดี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าตุ๋ม คนที่หลายคนบอกว่าเป็นเด็กน่ารัก เข้ากับใครก็ได้ เค้ากำลังจะจากฉันไป เพราะเค้ามีคนที่เค้าเลือกแล้ว

ฉันบอกตุ๋มเสมอว่า ถ้าไม่มีใคร แก่ตัวมาพี่ยังรอเสมอ

ขอบคุณความรักที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง ขอบคุณตุ๋ม ที่ทำให้ฉันเปิดเผยตัวต่อสังคม

"ฉันผิดไหมที่ไปรักคนมีเจ้าของ" ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ไม่โทษใครทั้งนั้น ความรักที่ไม่อาจบรรยาย เหมือนละครน้ำเน่าของฉัน ไม่รู้จะซ้ำกับเรื่องของใครหรือเปล่า เพราะอะไร ฉันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย"

ฉันยังยืนยันที่จะใช้ชีวิตแบบหญิงรักหญิงต่อไป เพราะฉันเชื่อความรู้สึกของตัวเอง ความสุขที่ได้รับความจริงลึกๆ ข้างในของตัวเอง ที่เปิดเผยได้