.....................................................................................................................................................................................................
เรื่องของเรา
![]()
เรื่องของดวงดี
ฉันเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เกือบจะหล่นไปอยู่ยากจน นั่นแหละ พ่อรับราชการเป็น นักการภารโรง แม่เป็นแม่บ้าน พ่อค่อนข้างเจ้าชู้ ชอบดื่มเหล้า และทะเลาะกับแม่เป็นกิจวัตร ฉันเบื่อ พ่อมาก(ความรู้สึกขณะนั้น) แต่พ่อก็ใจดีกับฉัน มากกว่าพี่น้องคนอื่นๆอาจเป็นฉันเป็นลูกคนกลาง
คนในหมู่บ้านรุ่นเดียวกันนั้น ส่วนมากไม่เรียนหนังสือ เพื่อนๆ จบ ม.3 แล้วก็ แต่งงาน มีครอบครัว มีลูกกัน ฉันก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นอย่างนั้น และถ้าเกิดแต่งงานแล้วได้สามี ที่คล้ายพ่อจะทำยังไง พอดีฉันเป็นคนเรียนดี เลยขอพ่อไปเรียนต่อในเมือง พ่อก็ไม่ขัดขวาง ดีใจมาก เพราะฉันเป็นคนแรก และผู้หญิงคนเดียวของหมู่บ้าน ที่ได้เรียนหนังสือ ได้ไปอยู่กับอา ซึ่งเป็นน้องของพ่อ ช่วงนี้แหละ ชีวิตฉันเริ่มเปลี่ยนแปลง
เรียน ม.4 ฉันมีเพื่อนๆ ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ยังไม่มีความรักในหัวใจเลย สนใจเรื่องเรียนอย่างเดียว โดยมุ่งมั่นว่า จะต้องเรียนให้ได้เกรดสูงๆ เพื่อจะได้ ENT.หรือไม่ก็เรียนทุนรัฐบาลให้ได้ เพื่อจะ ได้ช่วยครอบครัว ปลายเทอม 2 ม.4 ที่โรงเรียนจัดกีฬาสีประจำปี เพื่อนๆ ก็ชวนไปเล่นกีฬากัน ฉันเล่นกีฬาไม่เป็นสักอย่าง ยกเว้นว่า มีบังคับในตำราเรียน....
เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ตัวดำปี๋เลย ท่าทางเหมือนผู้ชาย เค้าก็เข้ามาถามว่า จะไปเชียร์บาสมั้ย จะลง แข่งบ่ายนี้นะ ไม่ชอบเพื่อนคนนี้อย่างมากเลย แต่ก็ตามมารยาท เพื่อนร่วมห้อง ก็ไปกับเพื่อนๆ เค้าเล่นเก่งมากๆ เลย
เสร็จจากกีฬาสี เพื่อนคนนี้ก็ชอบมาพูดคุย ทักทายฉันอยู่เรื่อย ฉันไม่ชอบเลย เพราะท่าทางเค้า เหมือนผู้ชาย แต่เค้าสม่ำเสมอมาก แอบดักรอ ขับรถมอเตอร์ไซด์ตามไปส่งถึงบ้าน เพราะบ้าน ของอาอยู่หน้าโรงเรียนพอดี อายเพื่อนๆ มาก
สมัยนั้น คงไม่ค่อย มีคำว่า ทอม กับดี้ สักเท่าไหร่ บางทีฉันก็ว่าให้เค้าไปแรงๆ เพื่อจะได้ให้ เค้ารู้ว่าเราไม่ชอบ วันเวลาผ่านไปช่างเร็วเหลือเกิน ปีกว่าๆ ที่ฉันตกอยู่ในสภาพนั้น เค้าดีกับฉันมาก เวลาเข้าห้องสมุด จองโต๊ะนั่งให้ หาหนังสือให้ ฉันก็เริ่มแปลกใจกับเค้ามากขึ้น เวลาทานข้าวก็จ่าย ให้ตลอด ฉันก็อย่างว่าแหละไปเรียนหนังสือ ทางบ้านก็ไม่ให้เงินค่าเล่าเรียน นอกจากอาให้
วันหนึ่งที่โรงเรียนมีการฝึกรด. เค้าก็ต้องฝึก ฉันเลยโชคดีโรงเรียนปิดให้ ว่าจะกลับบ้านไปเยี่ยม ครอบครัวซะหน่อย เพราะ นานแล้วไม่ได้กลับบ้าน มีโน๊ต ฝากมากับเพื่อนว่า เย็นนี้จะไปส่งนะ รอเลิกฝึก รด.ก่อน ฉันก็งงเอ๊ะ ทำไมจะไปส่งล่ะ บ้านฉันห่างเกือบร้อยกิโลเมตรแน่ะ แล้วจะ ขับมอเตอร์ไซด์ไปส่ง พ่อแม่รับไม่ได้แน่นอนเพื่อนแบบนี้ แต่ฉันก็ตัดสินใจรอเค้า
ตอนเย็นแทนที่จะไปส่งเค้ากลับพาฉันนั่งรถมอเตอร์ไซด์เล่น แล้วพาไปที่บ้านเค้า ห่างจากโรงเรียน สี่สิบกว่ากิโล เมตร ฉันโกรธเค้ามากที่ทำอย่างนั้น ทั้งทุบหลัง ทั้งหยิก เค้าสารพัด เค้าก็เฉย ถึงบ้านเค้าแนะนำให้รู้จักกับครอบครัว และบอกแม่เค้าว่า " นี่แฟนผมครับ" ฉันตกใจมากโกรธ อาย ในเวลาเดียวกัน (พ่อเค้าเสียตั้งแต่เค้าเด็กๆ) ฉันบอกคำคำเดียวไปส่งที่บ้าน ไม่งั้นเลิกคบเป็นเพื่อนเลย เค้าไม่ยอมบอกเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
ฉันกลัวเค้าไปสารพัดกลัว เค้าก็บอกไม่เป็นไรหรอกนะ ผู้หญิงยังไงก็ไม่เสียหาย ฉันรีบนอน ก่อนใครเลยเมื่อทานอาหารเย็นเสร็จ เค้าเตรียมที่นอนไว้ให้อย่างดี ดึกๆ เค้าก็แอบเข้ามานอนชิด ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ เค้าจับมือฉัน นุ่มนวลมาก ฉันตื่นเต้นไปหมดเลย กระซิบที่หู " ผมรักคุณ
นะตั้งแต่แรกเจอ" ฉันเฉยๆ นะ รังเกียจเค้าด้วยซ้ำไป...
เจอเค้าทุกวันที่เรียน เลิกเรียน วันหยุด และด้วยความใกล้ชิดฉันก็เริ่มรู้สึกดี ให้เค้าบ้าง เวลาเค้าไปเทคแคร์ คนอื่นก็น้อยใจ บ่อยครั้งเข้าฉันก็มีความผูกพันกับเค้า มากขึ้น มากขึ้น
อาที่บ้านเริ่มได้ข่าวก็เตือนและห้ามอย่างเด็ดขาด วันหนึ่งพาเค้าไปที่บ้านอา พอดีอาไม่อยู่ไปต่างจังหวัด ฉันก็คิดว่าคงไม่กลับมาเร็ว ช่างโชคร้ายอากลับมาก่อนคนอื่นเพราะติดประชุมด่วน ฉันกลัวอาแทบตาย ถ้าเจอนี่ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น
อาเคาะห้องถาม "ร้องเท้าใครหน้าบ้าน" ตายล่ะลืมเก็บรองเท้า "ยืมเพื่อนมา" อาไม่เชื่อ เคาะประตู ใหญ่เลย สุดท้ายฉันให้เค้าเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า อาก็เรียกฉันไปช่วยงานนอกบ้านประมาณ เกือบสองชั่วโมง ฉันห่วงเค้ากลัวเค้าไม่มีอากาศหายใจ พอกลับเค้าห้องรีบเปิดดูเค้า
ตอนค่ำๆ อาทานข้าวอยู่ ให้เค้าปีนออกไปทางหน้าต่าง เกือบไปแล้ววันนั้น
ชีวิตการเรียนมัธยม ต้องมีการจากกาลาเพื่อเรียนต่อในระดับสูงขึ้น ข่าวฉันกับเค้าเป็นที่กล่าวขวัญ ถึงหมู่เพื่อน ร่วมโรงเรียน จนรู้ถึงอาจนได้ เค้าก็เรียกมาสอนอีกห้ามคบเพื่อนแบบนี้ ฉันก็เถียง ในใจว่าเค้าไม่ดีตรงไหน เค้าก็คน เมื่อรู้ถึงอา พ่อ แม่ก็รู้ ห้ามอย่างรุนแรง แต่ฉันไม่กลัวใครแล้ว ฉันเรียนแย่ลงไปเรื่อยๆ สุขภาพจิตก็แย่ ไปโรงเรียน เจอเค้าไม่กล้าคุย กลัวเพื่อนๆไปฟ้องอาอีก แต่ฉันก็ยังมีเวลาเจอกัน เสาร์ อาทิตย์ แอบไปเที่ยวด้วยกัน โกหกอาว่าเรียนพิเศษ สุดท้ายอาจับได้อีก ขู่ว่าจะให้ย้ายกลับบ้านไม่ต้องเรียน ฉันก็ร้องให้จะเป็นจะตาย ไม่มีใครเข้าใจ ความรู้สึกเลย...
ก่อนจบม.6 หนึ่งเทอม เพื่อนๆ ต่างเลือก ENT. ฉันไม่ค่อยมีทุนเลยเลือกสอบพยาบาลสี่ปี ทุนของจังหวัด เค้าก็เลือกสอบทันตะภิบาล เลือกลงทุนที่เดียวกัน ช่วงนี้โรงเรียนจะปิดบ่อย ฉันเลย ถือโอกาสกลับ ไปบ้านเพื่ออ่านหนังสือ เค้าก็ไปส่งโดยไม่คิดว่าจะเจอ เหตุร้าย " พ่อบอกแล้วมิใช่เหรอ อย่าคบ กับมันอีก รับไม่ได้ไปเลย ให้มันกลับไปเดี๋ยวนี้"
ฉันก็ไม่สนใจพ่อ ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง พ่อโมโหมาก ฉันเรียน ม.6 โดนพ่อตีด้วยไม้เรียว ฉันร้องให้เสียใจมาก ไม่อายเพื่อนบ้านเลย แล้วเค้าก็กลับไป ฉันกลัวเค้าไม่กลับมา
ฉันโกรธพ่อมาก แม่ก็เข้าข้างพ่อ พี่น้องไม่ว่า ฉันคิดว่าถ้าไม่ได้อยู่กะเค้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ "ฉันจะฆ่าตัวตาย ประชดพ่อ" (ความคิดเด็กวัยรุ่น คิดโง่ๆ) พ่อ แม่ต้องเฝ้าฉันอยู่หลายวัน เค้าหายไป สองอาทิตย์ ก็แอบเขียนจดหมายไปหาฉันที่บ้าน นัดแนะว่าก่อนวันสอบมาถึงขอเจอกันหน่อย ฉันดีใจมาก รีบตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ
ชีวิตฉันเหมือนสวรรค์โปรด เมื่อวันหนึ่ง เหนื่อยจากการอ่านหนังสือ ปั่นจักรยานเล่นๆดีกว่า ผ่านสถานีอนามัย ประจำหมู่บ้าน เห็นผู้หญิงเตะ ตะกร้อ เลยหยุดดู "น้องคนนั้น หน้าใส ตัว ขาว สูงประมาณ 160 กว่า เหมือนผู้ชาย" ฉันปิ๊งส์ ขึ้นมาทันที
หลังจากนั้น ตอนเย็นก็ปั่นจักรยานไป อนามัย เพื่อดูน้องคนนั้น 1 สัปดาห์ ผ่านไป ฉันก็มี โอกาสรู้จักกับเค้า "ชื่อน้องเอ" น้องเค้าน่ารัก สมแล้วที่เล่นกีฬากับชาวบ้านได้ทุกวัน พี่สาวเค้า เป็นพยาบาลประจำอยู่ที่อนามัย
ฉันก็มีน้องเอ เป็นเพื่อนในเวลาอันรวดเร็ว และ โกหกเค้าว่ามีเพื่อนมาจากต่างอำเภอ แต่ที่บ้านไม่มีที่พัก ขอให้เพื่อนมาพักกะน้องได้มั้ย "ได้น้องเค้ารับปาก" ฉันดีใจมาก และก็แอบส่งจดหมายไปหาเค้า
เมื่อเค้ามาถึงหมู่บ้านก็ให้เค้า ไปที่อนามัยเลย น้องเอ ก็น่ารัก โกหกพี่สาวต่อว่ามีเพื่อนที่เล่น กีฬามาด้วย กันมาธุระเลยแวะมานอนด้วย
ไม่เจอกันนานเราต่างกอดกัดด้วยความคิดถึง ฉันไม่นอนที่บ้านพักของอนามัย แต่พากันไปที่อื่น น้องเอ เจอเค้าก็ตกใจเหมือนกัน ว่าทำไมฉันโกหกเค้า คืนนั้นเราคุยเรื่องการสอบเรียนต่อ เพื่ออนาคตของเรา เกือบสว่าง ตีห้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มีเสียงเอะอะโวยวายที่บ้านพักอนามัย พ่อกับแม่ฉันนั้นเอง น้องเอ รับหน้าเต็มๆ แม่ว่าเค้าจนเค้าอึ้งไปเลย... เพราะเค้าก็เพิ่งรู้จักกับฉันไม่กี่วันเอง
แม่ร้องขอให้พี่สาวน้องเอรับผิดชอบ คือทำพิธีเรียกขวัญให้ (เป็นประเพณี) ที่ต้องทำเมื่อมีสิ่งที่ไม่ดี เกิดขึ้นในครอบครัว พี่พยาบาลก็ไม่รู้เรื่องด้วย แกก็บอกว่าน้องเอไม่ผิด ลูกสาวคุณผิดเอง แม่เสียงดัง มาก ชาวบ้านเดินผ่านนามัยรู้กันแซดเลย
สุดท้ายแม่ก็เป็นศัตรูกับพี่พยาบาล โดยฉันเป็นต้นเหตุ ฉันงงว่าพ่อแม่รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นั่น แกบอก ว่าตามหาทั้งคืน เค้าก็กลับไป โดยคนรับศึกคือน้องเอ ดีนะที่พ่อไม่เจอเค้า ไม่งั้นโดนแน่ๆ อีก
สามสัปดาห์จะสอบแล้ว ฉันอ่านหนังสือ ไม่รู้เรื่องเลย แต่น้องเอ เค้าก็ไปหาที่บ้าน ขอโทษแทนพี่สาว พ่อเจอน้องเอ ก็ไล่ตะเพิดกลับไปเลย น้องเอ ก็บอกว่า เค้าไม่ผิด ไม่เกี่ยว น้องเอไปที่บ้านทุกเย็น นั่งคุยกะฉัน พอดีน้องเค้าเรียน อยู่.5 เลยคุยกัน วัยใกล้เคียงกัน ฉันมีน้องเอ เป็นเพื่อนก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง และคิดว่าคงไม่มีโอกาสเจอเค้าไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ พ่อ แม่ห้ามขนาดนี้ ด้วยน้องเอ เป็นคนน่ารักมีน้ำใจ ฉันก็แอบปลื้มน้องเค้าลึก ๆ
SUMMER สามเดือน น้องเอ สารภาพว่าชอบฉัน และสงสารฉัน น้องเออกหักจากรุ่นน้องที่โรงเรียน ต่างคนต่าง มีปัญหา เลยเข้าใจกันง่ายขึ้น แต่ฉันรักเค้าคนเดียว ไม่มีหัวใจให้น้องเอเลย และด้วยความที่ใกล้ชิดน้องเอ ฉันก็มีความสัมพันธ์ กับน้องเอ 1ครั้ง โดยโดนน้องเอปล้ำ สามเดือนผ่านไปน้องเอก็ไปเรียนตามปกติ ซึ่งเค้าเรียน ที่อำเภออื่น ฉันรู้ว่าน้องเอมีใจให้ฉัน แต่ฉันมีเค้าคนเดียว ....
ฉันสอบได้ทุนไปเรียนพยาบาล สี่ปี เค้าสอบไม่ติด เค้าเลยไปกรุงเทพฯ เพื่อกวดวิชา ก็ติดต่อกัน ไปอีกประมาณ ปีกว่าๆ
ฉันมีความรู้สึกอายเพื่อน ที่มีคนไปหาเป็น ทอม ที่หอพักนักศึกษา เพื่อนๆ มีแต่แฟนผู้ชาย
"รู้สึก ผิดปกติ ขึ้นมาเฉยๆ" เลยขอเลิกกะเค้า ทั้งที่เค้าไม่มีความผิด หันมาคบผู้ชายตั้งแต่เรียน ปีสอง
ส่วนเค้า ปีต่อมาสอบติดทันตะภิบาล เรียนทุนเหมือนกัน แต่เค้าก็ส่งจดหมายไปหาทุกอาทิตย์ ฉันก็เริ่มคิดว่าตัวเองปกติเมื่อคบผู้ชาย เรียนจบตั้งใจว่าจะแต่งงานกับคนนี้ แต่ขอเวลาสักสองปี เพื่อใช้ทุนและเตรียมตัว พี่บี (นามสมมุติ) ก็บอกรอได้
แม่ขอร้องว่าอย่าเพิ่งแต่งงานให้ช่วยส่งน้องเรียนต่อเหอะ พี่บีก็เสียหน้านิดๆ ฉันก็ขึ้นเวรตลอด เอาเอที เอ็มให้พี่บีเก็บไว้ เพื่อส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ช่วยกันงานแต่ง ส่วนเงินพิเศษ ฉันก็ส่งน้องเรียน
ผ่านไปสองปีฉันทำงานตลอดไม่มีเวลาให้พี่บี สุดท้ายเงินในเอทีเอ็ม พี่บีเอาไปปรนเปรอสาวอื่นหมดเลย ฉันโกรธมาก และขอเลิกกับพี่บี ร้องไห้เจ็ดวันเท่านั้นเอง ฉันนึกถึงเค้าทันที แต่เวลาผ่านมาตั้งเกือบห้าปี เค้าจะเป็นยังไงไม่รู้
ฉันตั้งใจทำงานและครองความเป็นโสดได้ 8 ปี และรับหลานสาวมาเลี้ยงเป็นเพื่อน ตอนนี้เรียน อยู่ ป. 6 โลกมันช่างกลม น้องเอหายไป สิบสามปี ไม่ติดต่อกันเลย จู่ๆ โผล่ไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาล เพื่อนน้องเอ ทำงานอยู่แผนกเดียวกับดิฉัน เค้าไม่เปลี่ยนแปลงเลย ยังเหมือนเดิม ฉันเปลี่ยนไปเยอะ อ้วนขึ้น ทำงานหนัก หน้าตาแก่ก่อนวัย เอ เข้ามาสวัสดี และถามทุกข์สุข แล้วไปกับเพื่อนๆ เค้า
ฉันดีใจมากที่เจอเอ แต่เค้ามีแฟนแล้วอยู่กรุงเทพ ฯ(เค้าบอกแถมเอารูปให้ดูอีกต่างหาก) ดึกคืนนั้น 4 มิถุนายน 44 น้องเอ เมาแอ่นกลับไปหาฉันที่แฟลต ฉันก็ด้วยความที่เคยรู้จักกันมาก่อน เลยดูแลเค้า น้องเอบอกว่า มีปัญหา กะแฟน (ผู้หญิงนะ) เลิกกันมา สามเดือนแล้ว แต่ยังอยู่ด้วยกันอยู่
ด้วยความเมาฉันต้องดูแลเค้าอย่างดี เอขาดสติ อย่างมาก และเค้าก็ ไม่สบายจากการเดินทางทั้งวัน เมา ฉันเลยต้องเข้าน้ำเกลือให้เค้า ดูแลเอ สามวัน สองคืน ถ่านไฟเก่ามันก่อง่าย (ฉันคิดเอง) เอ กลับไป กรุงเทพฯ สองสัปดาห์ ก็แวะไปหาฉันอีก และบอกว่าเหงา ไม่มีคนรักเลย ฉันห่างความรักไป แปดปี ก็เฉยๆ เอก็เมาทุกวันที่อยู่ที่แฟลต คราวนี้ค้างนานเกือบสัปดาห์ เอปล้ำฉันอีก ฉันก็เหงามานาน เลยมีความสัมพันกะเอ
หลานสาว Anti หาว่าแย่งความรักไปจากเค้า แม่รู้เรื่องก็ มาเฝ้าฉันที่แฟลตพยาบาลอีก ฉันทะเลาะ กับแม่อย่างรุนแรง ถึงอดีต แม่ก็ด้วยความรักฉัน เลยว่าอะไรไม่ได้ ทีแรกที่โรงพยาบาลก็ห้าม ทั้งหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ไม่ให้คบกะเอ ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไร ฉันผิดหวังเรื่องความรักมา มา สองครั้ง ทั้งผู้หญิงผู้ชาย แม่ก็ห้ามเหมือนกัน ฉันเครียดอยู่สามเดือนกว่า น้ำหนักลดไปเยอะเลย เอก็กล้าๆ กลัวๆ กับแม่ฉัน
อาจเป็นความบังเอิญหรือเปล่า ฉันได้ทุนโรงพยาบาลไปเรียนที่โคราช หกเดือน ก็เลยคุยกะเอว่า จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ที่นั่น เอทำงานที่กรุงเทพฯ วันหยุดก็ไปหาฉันที่โคราช เริ่มใช้ชีวิต คู่อยู่ด้วยกันที่นั่น
เอทำให้ฉันเข้าใจการใช้ชีวิตคู่ รวมถึงเรื่อง SEX ที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน (ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่า ฉันพูดไม่ สุภาพนะคะ) คือฉันคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตคู่แบบหญิงรักหญิงของเราน่ะ
ตอนมีแฟนผู้ชายก็เคยมีSEX บ้างแต่แบบกล้าๆ กลัวๆ เลยไม่มีความสุขเลย กับเค้าคนแรกเค้า ก็ไม่ให้เราสัมผัสตัว เค้าเลย คบกันมาตั้งนาน...
ฉันต่อสู้อุปสรรคมาตลอด แม่ สังคม เพื่อนร่วมงาน เม้าท์กันแซด พยาบาลมีแฟนเป็นทอม เวลาผ่านมาสามปี แม่ ก็สงสัยแก่แล้ว ไม่พูดอะไร แต่ครอบครัวเอ เป็นครอบครัวที่น่ารักมาก ฉันๆไปบ้านเค้า แล้วอบอุ่น ทุกคนรับฉันได้ แต่เอ ไม่ชอบไปบ้านฉัน เพราะยังกลัวแม่อยู่ (ทั้งที่แม่ไม่ได้พูดอะไรแล้ว)
เค้าคนแรกของฉันทุกวันนี้ฉันคิดถึงเค้าตลอดเวลา ไม่เคยลืม เค้าแต่งงานกับผู้หญิงด้วยกัน เมื่อกลางปีนี้เอง หน่วยงานเดียวกัน
พี่บี แต่งงานหรือเปล่าไม่ทราบ รู้แต่ว่าผู้หญิงตะครุบเอา (วิ่งตาม) ฉันยังทำงานเป็นพยาบาลเหมือนเดิม เอ ทำงานที่กรุงเทพฯ ไปเยี่ยมฉันเดือนละครั้ง สามปีชีวิตมีความสุขดี แต่ผ่านอุปสรรคมากมาย
ทุกวันนี้ฉันทำงานหนักเหมือนเดิม กำลังจะสร้างบ้าน เพื่อใช้ชีวิตคู่อยู่กะเอ หลานสาว จะให้เรียนโรงเรียนประจำ เดี๋ยวนี้เค้ารับเอได้แล้ว
สิ่งที่เล่ามานี้อยากบอกเพื่อนๆว่าใครที่มีปัญหา หรืออุปสรรค อย่าท้อแท้ ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ให้ความไว้ใจซึ่ง กันและกัน
ฉันอยากบอกว่าวันข้างหน้าฉันต้องลำบากแน่นอน ที่ฉันคบกับเอ เพราะเค้าเกิดอุบัติเหตุ กระดูกสันหลังเคลื่อน ไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทุกวันนี้เอทานยาตลอด ฉันส่งยาไปให้เค้าทุกเดือน หรือเค้ากลับไปก็เบิกให้เค้า แล้วต้องโทรศัพท์คุยกันทุกวันทางไกล ด้วย ฉันห่วงเค้า กลัวเค้าทรมานเวลาปวดกระดูกสันหลัง ฉันเลือกเค้าแล้ว
วันนี้เอยังคงทำงานได้ วันข้างหน้าเอต้องนั่งรถเข็น ถ้าฉันทิ้งเค้า ใครจะรับเค้าได้ อาจารย์แพทย์ห้ามฉันคบกะเอ ตั้งแต่แรก ด้วยกลัวฉันลำบาก แต่ฉันบอกหมอว่า ฉันไม่กลัวลำบาก เอจะเป็นยังไงฉันก็คงดูแลเค้า เพราะเค้าทำให้ ฉันค้นพบความจริงในตัวเอง
ฉันอายุ สามสิบสี่ปีในวันนี้ เอเกิดทีหลังเจ็ดเดือน ฉันปกปิดตัวเองมาตั้งนาน ฉันเสียดายเวลา ถ้าเจอเอก่อนหน้านี้ ฉันคงไม่เป็นแบบนี้ คงมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแล้วล่ะ แต่ฉันก็คิดว่ายัง ไม่สายเกินไปนะคะ (เข้าข้างตัวเอง)
ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสได้อ่านคงมีกำลังใจขึ้นมาบ้างนะคะ เพราะทุกวันนี้สังคมยอมรับกันมากขึ้น ฉันอยู่ต่างจังหวัดกว่า เค้าจะรับได้นี่ ยาก แต่เอเค้าสม่ำเสมอ ฉันก็กล้าเปิดเผยตัวเองต่อ สาธารณชนว่าชอบ ทอม และอยากเป็นคู่ตัวอย่าง ให้แก่ชาวต่างจังหวัดด้วย
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านเรื่องของดวงดี
วันที่24 สิงหาคม 2547