![]()
เรื่องของเรา
![]()
เรื่องของกานท์
ไม่รู้สินะ เวลาผ่านไปทุกวัน ฉันเริ่มมีความรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปตั้งแต่เด็กๆ ฉันมีแต่เพื่อนผู้ชาย เล่นโลดโผน ซุกซนตามวัย ไม่ชอบเล่นกับเพื่อนผู้หญิง เพราะอายุเท่ากัน ตอนนั้นหายากมาก มีเพื่อนรุ่นพี่เค้าชอบรังแกฉัน..
บางครั้งฉันเล่นอยู่คนเดียวที่บ้านบ้านเพื่อนรุ่นพี่ วิ่งมาจากบ้านเค้าเข้ามารังแกฉันถึงบ้านเลย รู้มั๊ยหลายครั้งที่ฉันโดนผู้หญิงรังแก ฉันเจ็บ บางครั้งร้องไห้ เพราะอายุฉันตอนนั้น 5-6 ขวบ พี่เค้า10 กว่าขวบ ฉันยังไม่รู้หรอกว่าการต่อสู้ การป้องกันตัว คืออะไร...
ฉันเริ่มที่จะไม่ชอบเพื่อนผู้หญิงตั้งแต่นั้นมา..ฉันโตขึ้น ดำเนินชีวิตไปตามกาลเวลา ชอบเล่นกีฬา ชอบเสียงเพลง ชอบเล่นดนตรี ฉันเป็นคนที่จัดว่าร่าเริง เพื่อนฝูงเยอะมาก แต่ส่วนมากเป็นผู้ชาย และก็อีกกลุ่มเป็นผู้ชายที่อ่อนหวาน เพื่อนผู้หญิงก็เข้มแข็ง
ฉันอายุ15 ปี เป็นวัยรุ่นเต็มตัว เรียนอยู่ ม.3 ทางโรงเรียน จัดแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียน ฉันเสนอตัวเล่นกีฬา หลายอย่างเหมือนกัน วิ่ง 1500 เมตร เป็นกีฬาที่ไม่เคยชอบเลย แต่ต้องลง แข่งขัน วันนั้นวิ่งได้ 2 รอบสนาม ฉันมาเป็นอันดับหนึ่ง พอใกล้เข้ารอบที่สามเท่านั้นเอง ฉันเกิดเป็นตะคริวอย่างกะทันหันต้องหยุดวิ่ง แล้วต้องออกจากการแข่งขันด้วย ฉันรู้สึกอายมาก วันนั้นเสียใจ เพราะไม่เคยได้ซ้อมเลย เล่นแต่กีฬาอย่างอื่น
ช่วงที่ทำการปฐมพยาบาล มีคณะกรรม การนักเรียนเกี่ยวกับหน่วยปฐมพยาบาลมาดูแล เป็นรุ่นพี่ฉันเคยเห็นเขามาก่อน แต่ไม่เคยทักทาย รู้แต่ว่าเขาเพิ่งย้าย มาเรียนที่นี่ เขามาดูแลฉัน ช่วยเลือทำการรักษาเกี่ยวกับการ บาดเจ็บของฉัน บอกเขาว่าตอนบ่ายต้องลงเล่นบอลอีกนะ จะไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาไม่สนใจเลย ฉันก็นึกว่าอะไร กันเราพูดด้วยก็เฉย...
อาจจะเป็นเพราะร่างกายฉันแข็งแรงอยู่ ฉันสามารถลงเล่นบอลได้ตอน บ่ายสามโมงกว่า ฉันเตรียมตัวลงเล่นฟุตบอล ด้วยร่างกายที่ไม่ฟิตเท่าที่ควร แต่ด้วยใจรัก ช่วงที่กำลังเตรียมตัวอยู่นั้น เขาอีกแล้วเหรอ เดินมายืนดูเราเปลี่ยนชุด กีฬา นวดแข้งขา เพื่อกันบาดเจ็บ ไม่พูดอะไรนะยิ้มนิดหนึ่งก็ เดินไป เราก็งง สงสัยเป็นใบ้มั่ง
ฉันเป็นศูนย์หน้าของทีม ทุกครั้งที่ลงเล่นจะ ใส่เสื่อเบอร์ 9 (ตอนนั้นทีมชาติกำลังดัง) ครึ่งแรกยิงเข้า 2 ลูก เวลาพัก 10 นาทีฉันก็นั่งวางแผนกับ เพื่อนๆ ร่วมทีมพร้อมกับฟังอาจารย์แนะนำเพิ่มเติม เขาเดินมาด้านหลัง ถามว่า
"เป็นตะคริวหายดีแล้วเหรอ เห็นวิ่งเร็วจัง"
" ใช่หายแล้ว..ขอบคุณมากนะที่เป็นห่วง...ชื่อ..."
"แมวเหมี๋ยว...เพิ่งย้ายมาได้ 2 อาทิตย์"
"ตัวเองเป็นน้องอาจารย์คนที่ ..พากษ์บอลอยู่ใช่หรือเปล่า"
"ใช่...พี่เราเอง"
แล้วเขาก็เดินไปที่กองปฐมพยาบาล เพราะฉันต้องลงแข่งครึ่งที่สองต่อ แล้วครึ่งที่สองยิงได้อีก 1 ลูกวันนั้นชนะไป 3-1 แข่งเสร็จเตรียมตัวเล่น ตะกร้อต่ออีก
ฉันแปลกใจนะเขาคนนั้นทำไมถามฉันแล้วฉันรู้สึกเขินๆ เวลาตอบ หรือเป็นเพราะ ว่าฉันไม่ค่อยชอบเพื่อนผู้หญิง ข้างสนามตะกร้อ ฉันเห็นเขายืนดูฉันอยู่ ทีมฉันสีฟ้า ชนะเช่นเคย การแข่งกีฬาวันแรกเสร็จสิ้นลง ฉันแพ้ 1 อย่าง คือวิ่ง 1500 เมตร เท่านั้น กลับบ้านพร้อมพี่สาว รู้เปล่าว่าฉันถามพี่สาวใหญ่เลยว่า นักเรียนคนนั้นเป็นลูกศิษย์พี่ ใช่มั๊ย พี่สาว บอกว่า
"ใช่...ทำไมเหรอ เขาเพิ่งย้ายมาจากประจวบฯ เป็นเด็กฉลาด ท่าทางเรียนเก่งเหมือนกัน" ฉันยิ้ม..
วันที่ 2 ของการแข่งขัน วันนี้ฉันต้องแข่ง ปิงปอง วอลเลย์บอล และชักคะเย่อปิดท้าย ตอนเช้าฉันไม่มีรายการแข่งขัน หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ ก็รอ 10 นาฬิกาแข่งรายการแรก ฉันเป็นคนดื้อพอสมควร ปลีกตัวจากเพื่อนๆ ไปนั่งเล่น ที่ชุ้มปฐมพยาบาล เพื่ออยากเจอ แมวเห็นเขา นั่งคุยอยู่กับอาจารย์พี่เลี้ยง ฉันเลยไม่กล้าเข้าไปนั่งคุยกับเขา เขาส่ง ยิ้มให้ เป็นครั้งแรกที่เจอรอยยิ้มที่สดใสมาก ฉันเป็นคนยิ้มไม่เป็น เลยหัวเราะนิดหน่อย
ไปนั่งดูเพื่อนซ้อมมาหนักมาก วันนั้นตอนกลางวันมีการถ่ายรูปหมู่กันในบรรดานักกีฬา เพื่อนๆ ชวนพี่สาวเข้ามาร่วม ถ่ายด้วย พี่สาวชวนแมวมาด้วย มีโอกาสถ่ายรูปเป็นครั้งแรกกับแมว วันนั้นเหนื่อยมากกับการเล่นกีฬา รับเหรียญ ไปฝากครอบครัว 5เหรียญทอง...
หลังจากนั้นปิดเทอม...ทุกครั้งช่วงปิดเทอมต้องไปอยู่กับพี่สาวตามจังหวัดต่างๆ เพราะว่าครอบครัว มีพี่น้องเยอะมาก 10 คนแน่ะ ฉันก็ไป จนครบเทอม SUMMERเปิดเทอมกลับมา ฉันอยู่ ม.4 แมวอยู่ ม.5 ฉันไม่กล้าคุยเขาคนเดียวสักครั้งเลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แมวเป็นคนน่ารักมาก ผิวสีแทน ออกโทนน้ำผึ้ง หน้าตาเหมือนดาราไทย สิเรียม ยังงัยยังงั้น
ฉันรู้สึกเขินอายทุกครั้งที่เจอเขา เพื่อนๆ แซวทุกที ฉันหลีกเลี่ยงการเจอเค้า ยิ่งหลบก็ยิ่งเจอ วิชาภาษาไทย ฉันแอบหลบการเรียนเข้าห้องสมุด..เจออีกแล้ว แมวนั่งอ่านหนังสืออยู่ คนเดียวโต๊ะนั้น...ฉันรวบรวม ความกล้าเข้าไปนั่ง กับเขา...
"หนีเรียนเหรอ..เดี๋ยวฟ้องพี่สาวนะ.."
"เปล่าหรอกเดี๋ยวขึ้นไป...เรียนอะไร.."
"เคมี..อาจารย์ให้เข้าห้องสมุด"
นั่งคุยไม่ถึงสิบนาที อ.ภาษาไทยลงไปตาม อายมาก นับแต่นั้นมาฉันกับแมวก็เจอกันบ่อยขึ้น งานเข้าพรรษาที่ดรง เรียนจัดขบวนแห่เทียน แมวได้นั่งรถขบวนแห่เทียนของโรงเรียน ฉันก็ทำหน้าที่ในนาม กลุ่มประะธานนักเรียน...
แมวใส่ชุดไทยแล้วสวยมากยิ้มเก๋ไก๋ เห็นเขาตอนเดินขึ้นรถเลยเดินไปทักทาย
"น่ารักจัง"
"จริงเหรอ ขอบคุณนะ...ชอบที่เราแต่งตัวเหรอ"
"ใช่...สวยดี.."
ฉันรู้ว่าจากครั้งที่ไม่เคยชอบเพื่อนผู้หญิง แมวทำให้ความคิดฉันเปลี่ยนไป มีโอกาสร่วมงานกัน บ่อยครั้งขึ้น ฉันเอง บางครั้งไปส่งแมวที่บ้าน เพราะนับจากโรงเรียน บ้านเขาถึงก่อนบ้านฉัน 2 กิโล....พ่อแม่เขาเห็นฉันก็ถาม ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เขาบอกว่าเป็น...
"เพื่อนที่โรง เรียน รุ่นน้อง พี่สาวเค้าเป็นที่ปรึกษาของแมว เลิกช้าเพราะเตรียมแข่งโต้วาทีกัน พรุ่งนี้อยู่ทีมเดียวกัน นะแม่"...
ฉันลากลับบ้าน ชีวิตฉันมันมีความสุขมากในช่วงนั้น เวลาทุกปีศึกษาช่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จบ ม.6 แมว ENT ไม่ติด แต่สอบติดพยาบาลที่อุบลราชธานี เราต้องจากกันแล้วครั้งนี้ หลังจาก คบหากันมา 3 ปีกว่าตลอดเวลาที่รู้จักกัน มีเพื่อนผู้ชาย รวมถึงอาจารย์บางคน มารุมจีบแมวเยอะ
มาก แต่ฉันเฉยๆ เพราะรู้ว่า แมวเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง SUMMER นี้ฉันไปอยู่ต่างจังหวัดอีกเช่นเคย วันสุดท้ายของเทอม ม.5 ฉันไปหาแมวที่บ้าน ก็พูดคุยกันปกติ
"เราไปเรียนพยายาล คงเจอแต่เพื่อนผู้หญิงทั้งนั้นเลยนะ.."
"ใช่สิ....แล้วจะมีใครเหมือนนายหรือเปล่า.."
ฉันงงเล็กน้อย แมวถามว่าคบกันมาตั้งนาน แมวเป็นคนยังไงบ้าง
"ก็น่ารักดี"
"แค่นั้นเหรอ มากกว่านั้นไม่ได้เหรอ"
"หมายถึงอะไร"
"นายชอบผู้หญิงด้วยกันหรือเปล่า...."
"ไม่รู้สิ...รู้แต่ว่า เวลาไม่เจอกันก็คิดถึงแมวนะ... บางครั้ง เห็นแมวเดินกับผู้ชายก็ไม่ชอบ.."
"นายหึงเราหน่ะซิ"
"ไม่รู้เหมือนกัน...มันเป็นเอง"
"นายรู้มั๊ยฉันเคยชอบผู้หญิงคนหนึ่งมาก่อน ก่อนที่จะย้ายมาที่นี่...เขาเป็นคนชอบเล่น กีฬาเหมือนนายนี่แหล่ะ... แต่เขามีคนรักเยอะมาก ฉันเลยไม่กล้าเปิดตัว...แล้วมาเจอนาย ฉันรู้สึกเหมือนได้เจอเค้าเลย.."
ฉันคุยกันจนดึก...4 ทุ่ม ต้องรีบกลับบ้าน พรุ่งนี้ต้องเดินทาง ก่อนกลับแมวมอบรูปให้ 1 ใบ พร้อมสลักหลัง เป็นครั้งแรก ที่ได้รับการโอบกอดจากผู้หญิง นอกจากแม่แล้วไม่เคยมีใครเลย... แมวโอบกอดพร้อมบอกว่า ...
"เรารักนายนะ...ดูแลตัวเองให้ดี"
หลังจากนั้นเราต้องจากกันแล้ว เราไม่กล้ากอดแมวคืนเลย ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้วยความตื่นเต้น กลับบ้านวันนั้นรีบ อาบน้ำ เข้านอนเอารูปแมวออกมาดู..
ใช่... คำพูดของแมวทั้งหมดฉันอยากพูดมาตั้งนาน...แต่ไม่กล้า..เปิดเทอมแรก ม.6 ฉันไม่เห็นแมวอีกแล้ว เขาไปเรียนพยาบาล ฉันรู้สึกชีวิตเหมือนขาดอะไรไป ไม่อยากเล่นเลยกีฬา ทั้งที่มีเชียร์ เยอะแยะเหมือนเดิม อย่างน้อยพี่สาวก็ปีนี้อยู่สีเดียวกัน สีแสด..
ฉันรู้ ฉันรักผู้หญิงด้วยกันแน่นอน
และ..แมวนี่แหล่ะ ฉันรัก... ปิกเทอมแรกของการเรยีน แมวกลับไปเยี่ยมบ้านฉันไม่เจอเขา เกือบ 6 เดือน กลับมาคราว นี้เขาเปลี่ยนไปมาก เขาไปหาฉันที่บ้าน..ฉันไม่อยู่ เพราะไปเล่นกีฬา ตอนเย็นเลยไปหาเขาที่บ้าน แมวบอกว่า
"พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน อยู่บ้านคนเดียว..กลัว"
"เดี๋ยวจะนอนเป็นเพื่อนนะ...กลัวเรารึเปล่าล่ะ"
"จ้างก็ไม่กลัวนาย..จะทำอะไรเราเหรอ ไม่เคยมีความคิดพวกนี้อยู่ในสมองเลยนะ"
แมวเล่าเรื่องชีวิตการเรียนพยาบาลให้ฉันฟังหลายอย่าง คุยกันเกือบเที่ยงคืนฝนตกเลยต้องหยุดคุยกัน เพราะเสียงฝน มันดัง ตั้งแต่รู้จักกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นอนใกล้ชิดกัน ฉันตื่นเต้นมาก นอนยังไงก็นอนไม่หลับ..แมวคงรู้เลยบอกว่า.
"งั้นแยกเตียงกันนอนนะ..."
"ฉันก็...อยากให้เป็นอย่างนั้น..."
"เราพูดเล่น"...พร้อมกับดึงตัวฉันเข้าไปกอด บอกว่า
"ที่โน่นนะ LB. เยอะมาก เราเห็นแล้วคิดถึงนาย นายเคยทำอะไรกับผู้หญิงหรือเปล่า"
"ไม่เคย...ไม่กล้า..กลัว"
วันนั้น..ฉันกับแมว มีความสัมพันธ์กันครั้งแรก มันเป็นอะไรที่แปลกมาก ฉันรู้สึกว่านี่คือข้อผูกมัดที่แมวต้องการ แมวไปเรียนพยาบาล 6 เดือน ต้องเจออะไรเยอะแยะมากมาย จากเพื่อนผู้หญิง...วันรุ่งขึ้นเราสัญญากันว่า เราจะรักกัน ไปตลอดให้นานที่สุด หลังจากนั้นเราก็ต้องจากกันอีก ติดต่อกันเฉพาะทางจดหมายเท่านั้น ปิดเทอมก็เจอกันบ้าง
ฉัน..จบ ม.6 ENT ไม่ติด.. เลยผันตัวเองไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วติดต่อกับแมวไป ตลอด 4 ปี ผ่านไปไม่ได้เจอกัน เลย นอกจากโทรศัพท์ จดหมาย...เข้าปีที่ 5แมวรับปริญญา ฉันก็ไม่ว่างเลย ติดแข่ง ELECTRONIC-CLUB แมว
ก็บ่นน้อยใจว่า ฉันคงมีคนอื่นไปแล้ว...
"ใช่" ฉันมีคนอื่นจริงๆ เพราะฉันรู้ว่า ยังงัยฉันกับแมวคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ อาชีพเรามันต่างกัน ฉันรู้ข่าวเมื่อ 4 ปีที่แล้วแมวไปประกวดธิดากาชาดประจำจังหวัดมา แล้วมีวิศวกรคนหนึ่งตามจีบอยู่ เราต่างคนต่าง ปิดบังกัน แต่เราไม่ทะเลาะกัน ยังคบกันติดต่อกันไปเรื่อยๆ
ผ่านไป 8 ปี แมวบอกจะแต่งงานแล้วนะ แล้วส่งการ์ดงานแต่งไปให้ ฉันนั้น ถามว่ารู้สึกอย่างไร ก็รู้สึกว่าเราคงต้อง จากกัน ชั่วชีวิตแล้วสินะ ใจหายเมือนกันแต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่า
"ดีใจด้วยนะ ขอให้มีความสุขกับชีวิตครอบครัวนะจ้ะ"
วันแต่งงานไม่ได้ไปร่วมเพราะติดสอบ FINAL ของตัวเอง
หลังจากแมวแต่งงาน เราก็ติดต่อกันตลอดเวลา ส่งการ์ดวันเกิด ปีใหม่ VALENTINE ให้กันทุกปี ฉันก็ใช้ชีวิตในสิ่งที่ฉันชอบ ฉันรู้ว่า ถ้าให้ฉันใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิง ฉันอยู่ได้แบบไม่ยากเย็นเลย ฉันมีผู้หญิงเข้ามาพัวพันมากมาย แต่ฉันไม่เคยรักใครจริงจัง เพราะฉันได้มอบ หัวใจของฉัน ให้แมวไปตั้งแต่ฉันรู้จักเค้า ปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 15 ปี ที่เรายังคงติดต่อกันอยู่ อย่างสม่ำเสมอ เวลามีปัญหาอะไรเราก็คุยกัน
เมื่อช่วงต้นเดือน มิถุนายน 2544 ที่ผ่านมา ฉันโทรเขาอีกครั้ง แทบช็อค..เขาบอกว่า ไม่ค่อยสบาย ช่วงนี้โชค ไม่ดีเลย เพิ่งไปตรวจสุขภาพมา..หมอบอกว่าแนวโน้มเป็น CA(มะเร็ง)
ทุกครั้งที่โทรหาไม่เคยบอกฉันเลย ... ใช่จริงๆ ฉันเพิ่ง โทรหาเขาเมื่อวานนี้เอง...เรา ต้องจากกัน ชั่วชีวิตจริงๆ ไม่มีวันเจอกันอีก แล้วฉันคงรักเธอนิรันดร์ ฉันเคยไม่ชอบผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก เขาสอนให้ฉันรู้ ว่าความรักนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ความห่างไกลทำให้คนเราเปลี่ยนไป ฉันมั่นคงกับ.. ความรักมากเกินไป ฉันเลยไม่เคยรักใคร จริงใจเลย นอกจากเขา..
15 ปี ที่รู้จักกันมา เรามีความผูกพันกันมาก ความสัมพันธ์ 1 ครั้ง ทำให้ฉันมั่นคงต่อผู้หญิงคนนี้ วันนี้ฉันภาวนา ให้เขามี อายุอยู่ให้ยืนยาวมากกว่านี้..เพราะอายุย่าง 30 ปีเท่านั้นเอง...
ฉันอยากให้วันวานหวนกลับมาอีกครั้ง ฉันจะดูแลเขาอย่างดี...เป็นทุกอย่างที่เขาอยากให้เป็น ... สำหรับฉัน การที่เราจะรักใครสักคนไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ขอให้เราเข้าใจกัน พูดคุย กันรู้เรื่องก็พอแล้ว...ความรักครั้งแรก ของฉันเป็น เพียงวันวานเท่านั้นเองหรือ....เคย บอกรักเขาครั้งเดียว..วันนี้อยากบอกเขา เหมือนกันว่า ยังรักอยู่...ไม่เคย เปลี่ยนแปลง...ฉันเขียนบทกลอนนี้เพื่อเขา..."ยุพเรศแรกแย้มเมื่อยามเย็น
หากได้เห็นต้องห่วงหาพาถวิล
คิ้วงอนโก่งนงพะงายุภาพิน
หยาดลงดินเหมือนหนึ่งฟ้ามาท้าทาย
เธอคนนั้น "จันทนา" ตาหวานซึ้ง
แสนทะลึ่งสุดทะเล้นอยู่มิรู้หาย
ความน่ารักแอบแฝงในเรือนกาย
หากว่าชายเห็นเจ้าเขาคงชม..."
บันทึกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2544
ส่งมาร่วมกับกลุ่ม อัญจารี เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่ท้อแท้กับการสูญเสียคนรัก หรือผิดหวังในความรัก บางครั้งเกิดมา แล้วถ้าเราเลือกที่จะรักอย่ากลัวเจ็บ คนเรามีโอกาสผิดพลาดได้ ความรักนั้นมีหลายอย่าง แล้วแต่เราจะ ให้ความรัก เป็นแบบไหนเท่านั้นเอง สำหรับฉันความรักเป็นเพียงเมื่อวันวาน อนาคตฉันยังมีความรักให้คนอื่นเสมอ เพียงแต่ว่าจะแตกต่างจาก ความรักที่ฉันมีให้แมว ขอบคุณอีกครั้งที่ทำให้ฉันรู้จักความรักรู้จักเหตุผล การรอคอย ความสุข ที่แท้จริงกับความรัก....