เรื่องของเรา
![]()
เรื่องของเมย์
ฉันเริ่มรู้สึกรักผู้หญิงมากกว่าที่จะคิดมีคนรักเป็นผู้ชายแบบใครๆ เขามาตั้งแต่เล็ก สมัยอยู่ชั้นประถมก็หลง
ครูประจำชั้นอนุบาลคนหนึ่งในโรงเรียนของฉัน มีความรู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่ใกล้ๆ พอชั้นมัธยมต้นก็สอบเข้าเรียน
ในโรงเรียนสตรี และที่นี่เองที่ทำให้ฉันกล้าเปิดตัวเองว่าเป็น "ทอม" เนื่องจากมีพวกเดียวกันอยู่มาก และก็เป็น
ปกติของโรงเรียนสตรีทั่วๆ ไป แต่ส่วนมากก็แค่พวกเห่อตามสังคมและสภาพแวดล้อม พวกอยากเท่ก็เยอะ
พอเรียนจบก็ไปมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่งงานจนมีลูกเต้าไปหลายคน ตามสภาพสังคมใหม่ของเขา
ส่วนพวกที่ยังยืนยันความเป็นทอมเป็นดี้อยู่ก็ยังมีแต่ก็น้อยเหลือเกินและต่างก็ผ่านความรักทั้งชอกช้ำและ
สมหวังกันมาพอสมควรตามวันเวลาที่ผ่านไป
ในตอนเรียนมัธยมนี้ฉันก็ได้เกิดรักครั้งแรก เป็นความรักจริงๆ ของผู้หญิงที่มีให้กันได้ แต่ก็มีมือที่สาม
เข้ามาทำให้เธอปันใจไปให้เขาอีกคน ฉันเลยขอเป็นคนที่เดินออกมาอย่างผู้แพ้เสียก่อนที่เธอจะบอกเลิกกับ
ฉันเอง ให้ความรู้สึกที่ดียังคงมีอยู่ต่อไประหว่างเราในฐานะเพื่อนก็คงจะดีกว่าต้องเกลียดกันจนวันตาย
แต่เธอก็ขาดการติดต่อกับฉันไปนานแล้ว ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบมากมาย ข่าวสุดท้าย
ที่ฉันรู้ก็คือเธอไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษเมี่อประมาณต้นปีนี้เอง ก็ขอให้เธอเจอแต่สิ่งดีๆ ก็แล้วกัน ฉันยังคงมีแต่
ความรู้สึกที่ดีให้เสมอ
หลังจากนั้นฉันก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย เลิกงานก็กินเหล้าเฮฮาตามประสาคนโสด เที่ยวเกือบทุกร้านในย่านที่
ทำงาน กลับบ้านดึกดื่นแต่ฉันก็รับผิดชอบในการงานและครอบครัวของฉันได้อย่างดีพอสมควร ไม่ให้ใครต้อง
มาเดือดร้อนเพราะการกระทำของฉัน อาจจะมีบ้างที่ทำให้แม่เป็นห่วงเวลากลับดึกเพราะเมา แต่งานของฉัน
ก็ไม่เป็นเวลาแบบคนอื่นเขา บางทีก็นอนกันที่บริษัทเพราะมีงานด่วน จนแม่ก็ชินไปเอง
ด้วยอาชีพของฉันด้วยเลยทำให้ไม่มีเวลาไปมองสาวๆ ที่ไหนได้ นอกจากจีบสาวทำงานกลางคืนไปวันๆ ไม่มีใครจริงจังกับใครเธอเหล่านั้นก็เอาใจเพราะเธอต้องการเงินจากลูกค้าอย่างฉันที่เอาเงินมาซื้อความสุข
ให้ชีวิตผ่านไปวันๆ
จนฉันได้เจอกับเขาของฉัน เขาเป็นผู้หญิงบอบบางอ่อนโยน เราทำงานอยู่ด้วยกัน และความใกล้ชิดนี่เอง
ที่ทำให้เขาเริ่มมีใจให้ฉัน ในขณะที่เขาเองก็มีแฟนเป็นผู้ชายอยู่แล้ว เป็นคนจังหวัดเดียวกัน แต่เขาต้องมา
ทำงานที่กรุงเทพฯ ก็เลยต้องห่างกัน ความห่างเหินนี่เองกระมังที่ทำให้เขาอ่อนไหวเพราะความใกล้ชิดของฉัน
ฉันมารู้ว่าเขาชอบฉันก็ตอนไปเที่ยวกันในบริษัท เขาดื่มตามแรงเชียร์ของเพื่อนๆ จนเมาเพราะไม่เคยดื่มเลย
ทำให้เขากล้ามากอดจูบฉันตอนเข้านอนด้วยกัน ฉันตกใจมากเพราะคิดไม่ถึง แต่ความดีของเขาที่มีให้ทุกอย่าง
จนฉันไม่สามารถปฏิเสธความรักจากเขาได้ ในที่สุดก็คบเป็นแฟนแบบเปิดเผยท่ามกลางความพอใจและไม่พอใจ
ของใครบางคนที่เคยพยายามจีบเขามาก่อนและไม่เข้าใจในความรักของเรา
คบกันเป็นปี ก็เทียวรับเทียวส่งเป็นประจำจนตัดสินใจเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ด้วยกันแถวที่ทำงาน เพื่อความ
สะดวกในการเดินทางของทั้งสองฝ่าย อยู่ด้วยกันจริงๆ ก็มีปัญหาบ้างตามประสา แต่ก็ผ่านมาเนิ่นนานจนเข้าปี
ที่หก ฉันก็ยังมีนิสัยรักเพื่อนอยู่ ไปไหนไปกัน บางทีก็เมากลับมาแบบหมดสภาพ เขาก็ดูแลอย่างดี แต่บางทีเขา
ก็คงเหลืออดก็ทะเลาะกันบ้าง แต่รวมๆ แล้วเราก็ยังรักกันดี เขาเปลี่ยนที่ทำงานแล้วสองครั้งแต่ยังอยู่ละแวก
เดิม ส่วนฉันเพิ่งย้ายที่ทำงานใหม่พร้อมๆ กับที่ต้องย้ายบ้านไปอยู่แถวนนทบุรี เพราะหมู่บ้านยังใหม่มีคนอยู่
ไม่มาก แม่ก็เลยบอกให้ไปอยู่ด้วยกัน ฉันก็ซื้อรถแล้วเลยไม่มีข้ออ้างใดๆ ได้ ทั้งที่ขี้เกียจขับรถเดินทางไกลๆ
ทุกวัน
แรกๆ เขาก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่เวลาเข้างานต่างกันหนึ่งชั่วโมง บางครั้งทำให้เขาไปสายบ่อยขึ้น
ก็เลยขอกลับไปอยู่อพาร์ทเม้นท์อย่างเดิมจะสะดวกกว่า ทำให้เราห่างกันไปบ้าง แต่วันศุกร์ก็จะกลับด้วย
กันเพื่อมาค้างที่นนท์ฯ ทุกเสาร์อาทิตย์
ในที่ทำงานใหม่ทำให้ฉันต้องมาพบเธอ เธอของฉันตอนนี้ เธอเป็นรุ่นน้องในบริษัทใหม่ของฉัน แต่เธออยู่
บริษัทนี้มาก่อนฉัน ก็เลยต้องขอคำแนะนำหลายอย่างจากเธอ ซึ่งเธอก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี ทำให้เราสนิทกันเร็ว
มาก กลายเป็นคู่กินข้าวกลางวันด้วยกันตลอด ฉันมองเธอเป็นผู้หญิงห้าวๆ แข็งแรงดี
ใครๆ ก็บอกฉันว่าเธอเป็นทอม ผู้หญิงที่มารับทุกเย็นเป็นแฟนไม่ใช่พี่สาวอย่างที่เธอบอกฉัน ฉันยังเถียง เลยว่าไม่จริงมั้ง แต่นานๆเข้าฉันก็รู้ถึงความผิดปกติ ผู้หญิงคนนี้โทรหาทุกวัน บางทีก็เถียงกันแรงๆ ทางโทรศัพท์ จนฉันเริ่มเข้าใจอะไรๆดีขึ้น แต่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันเพราะเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้นในความคิดฉันตอนนั้น ดีชะอีกเจอพวกเดียวกัน
แต่มันไม่ใช่แค่นั้นอย่างที่ฉันคิดไว้ จึงเกิดเรื่องราวมากมายตามมาจนทุกวันนี้
ทำงานที่ใหม่ได้สามเดือน กว่าๆ ทางบริษัทมีการจัดไปเที่ยวทะเลกัน ปกติเธอไม่เคยไม่ไหนกับเพื่อนๆเลย
จนบางครั้งฉันยังแกล้งว่าเธอไม่รู้จักสังคม ทำตัวให้ต่างจากคนอื่น ไม่คิดจะมีเพื่อนเลย แต่คราวนี้เธอจะไป
ทุกคนก็แซวว่าถูกปล่อยมาได้ยังไง พี่สาวหวงไม่ใช่เหรอ พี่สาวไม่ไปด้วยเหรอ สารพัดที่ทุกคนอำเธอรวมทั้ง
ฉันเองด้วย
งานนี้เธอไม่ได้เอาคนของเธอไปเหมือนฉัน
การเดินทางก็สาหัสพอควร นอนในรถไฟหนึ่งคืน นั่งเรือไปเกาะกันอีกครึ่งวัน มีคนเมาเรือหลายคน แต่ธรรมชาติของ ทุกอย่างที่ไปถึงทำให้เราหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ระหว่างทางทุกคนก็คอยช่วยเหลือกัน ขนของขึ้นลงเรือก็ไม่เลือก ว่าของใคร
ตลอดการเดินทางเราจะอยู่ข้างกันตลอด ก็แค่เราสนิทกันกว่าคนอื่นๆ ไม่แปลกอะไรที่ฉันจะคอยดูแลเธอ ในฐานะที่เธอเป็นรุ่นน้องด้วย ตอนจัดห้องพักเราก็ยังจับกลุ่มกันอย่างแน่นเหนียว
ตอนดำน้ำดูปะการังฉันแกล้งจับขาตอนเธอว่ายน้ำอยู่ตามประสาคนขี้เล่น เธอจับมือให้ดำน้ำดูปะการัง
ด้วยกัน ก็ยังไม่ได้คิดอะไร ตกกลางคืนก็ตั้งวงข้าวก่อน ฉันก็คอยดูแลแกะปูให้เธอกินเพราะเธออ้อนให้ทำ
ให้หน่อย ก็เป็นหน้าที่ของพี่ที่ดีอยู่แล้วไม่ยากเย็นอะไรสำหรับฉัน แต่ก็มีเสียงแซวบ้างตามประสาคนขี้อิจฉา
และเธอก็ดูเป็นผู้หญิงมากเลยในสายตาของคนอื่นๆ
หลังจากวงข้าวก็ตามด้วยวงเหล้าตามระเบียบที่มีกันมา เราก็ยังเกาะติดกันอยู่เป็นระยะ เพียงแต่ฉันรู้สึกว่าเธอเล่น แปลกๆ มานอนตัก ดึงฉันลงไปหอมแก้มอยู่เป็นระยะๆ กอดฉันแน่นมาก ฉันก็ได้แต่นั่งหัวเราะเพราะ คิดว่าเธอเมาแล้ว ก็ไล่ให้ไปนอน แต่ก็รู้ว่าเธอไม่ไปหรอกเพราะกลัวผีจะตาย คืนแรกก็เข้านอนกันดึกพอควร เธอก็ยังตามเล่นปล้ำฉันไม่เลิกทั้งๆ ที่ในห้องก็อยู่กันห้าคนแต่คงจะหลับไปบ้างเพราะเพลียจากการเดินทางอยู่ คงมีแต่เธอกับฉันยังนอนเถียงกัน คุยกันอยู่ ฉันทั้งดุทั้งปลอบเพื่อให้เธอนอนเฉยๆ กว่าเธอจะหลับลงได้เล่นเอาหอบ ต้องยอมนอนกอดเธอไว้เธอถึงจะยอมนอนดี ๆ ฉันก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยปกติเหมือนกันกว่าจะข่มตาให้หลับได้ ก็ฟุ้งซ่านอยู่นาน
แล้วในคืนที่สองบนเกาะฉันก็ต้องตบะแตก คืนนี้เธอเล่นแรงกว่าคืนแรกมากเลย ทั้งกอดทั้งจูบสารพัด
แล้วคืนนี้เหล้าที่ฉันกินเข้าไปมากก็ออกฤทธิ์มากตาม เธอนอนเล่นที่หาดแล้วเรียกฉันเข้าไปหา ยังไม่ถึงตัวเธอ
ก็ดึงฉันไปนอนจูบกับเธอ ฉันทำได้แค่รีบลุกหนีไปกินเหล้าต่อกับเพื่อนๆ หัวใจฉันเต้นแรงมากฉันรู้ตัวดีว่า
เป็นเพราะอะไร แต่ฉันก็พยายามนึกถึงเขาที่คงนอนคนเดียวและคิดถึงฉัน ฉันไม่ควรทำอะไรที่เป็นการนอกใจ
เขาเลย
จะว่าเธอเล่นก็เริ่มไม่แน่ใจ ทำไมเธอไม่ไปเล่นกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เป็นทอมเหมือนกัน เธอยังตาม
กอดจูบฉันทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน ทั้งๆที่มีคนอื่นอยู่รอบข้างมากมายหลายคน ฉันได้แต่ทำเป็นลุกหนี บางทีก็ทำ
เป็นเฉยๆ กลัวเพื่อนๆจะเข้าใจผิดเหมือนกันว่าเล่นอะไรกัน ทุกคนคิดว่าเธอเมามาก ก็บอกให้ฉันพาเธอไปนอน
แต่ฉันก็กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนตอนเขาของฉันอีก และเธอก็จะไม่ยอมนอนถ้าฉันแค่ไปส่งแล้วกลับ
มากินเหล้าต่อ จนในที่สุดเข้านอนเพราะดึกมากแล้ว เสียงพวกเราเริ่มจะดังขึ้นเพราะทุกอย่างดูเงียบลงไป
ใครๆ ก็นอนกันหมดทั้งเกาะเลยต้องยอมนอน ฉันเริ่มกลัวเธอขึ้นมา กลัวจะเล่นแบบเมื่อคืนอีก
และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่คิด เธอไม่ยอมนอนดีๆ ฉันฟ้องเพื่อนร่วมห้องว่าเธอปล้ำฉัน เธอก็ยังไม่ยอมหยุด
ทำเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้องเลยนอกจากฉันกับเธอ ฉันคิดแกล้งเล่นด้วยเพราะคิดว่าเธอจะกลัวและเลิกเล่นซะที
เพื่อนก็ยุว่าจัดการเลยเล่นดีนัก แอลกอฮอล์ที่มีอยู่ตัวทำให้ฉันเริ่มกล้ากว่าปกติ ฉันแกล้งจูบเธอบ้าง เธอหยุด
ไปแต่กลับเริ่มกอดฉันแน่นขึ้น ฉันรู้สึกได้เลยว่าเธอไม่ได้เล่นอย่างที่ใครเข้าใจ แล้วตอนนี้ฉันก็หยุดไม่ได้เพราะ
ไปไกลแล้ว เพื่อนเริ่มนอนหันหลังให้ แต่ฉันก็ต้องหยุดเพราะเธอไม่หยุดอย่างที่ฉันคิดแน่ๆ กว่าจะขอให้เธอ
นอนนิ่งๆ ได้ฉันก็หัวใจแทบหยุดเต้น แล้วเธอยังมากอดฉันไว้ทั้งคืนอย่างนี้ ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนอย่างที่
ใครๆ ชอบพูดอยู่เหมือนกันนี่นา นอนคิดทั้งคืนว่าพรุ่งนี้เช้าจะกล้าสบตากับเธอมั้ย และถ้าเธอทำเพราะเมาจริงๆ
ฉันก็เป็นคนฉวยโอกาสน่าดูเลย
แต่ตอนเช้าวันกลับทุกอย่างก็ดูเป็นปกติ มีเสียงแซวจากเพื่อนร่วมห้องเล็กน้อยว่าเมื่อคืนเล่นอะไรกันนะ
สองคนนี้ ก็ได้แต่ยิ้มกลบความผิดของตัวเอง เก็บข้าวของกลับบ้าน ร่ำลาท้องทะเลแสนสวยงามก่อนจาก
และคืนนี้ต้องนอนในรถไฟอีกคืน เธอมีอาการไม่สบายเลย ไข้หวัดเริ่มเล่นงาน ฉันก็ได้แต่ดูแลถามทุกข์สุข
เช่นเคย พวกฉันก็ยังปักหลักกินเหล้าบนรถไฟต่อ แต่ส่วนมากจะหลับเพราะเพลีย และบ้างก็มีไข้เช่นเธอ
เธอชวนให้นอนด้วยกัน ที่จัดไว้คือเธอนอนข้างล่าง เป็นตู้นอนสองชั้น แต่พอเข้านอนจริงๆ ฉันกลับข่มใจให้
หลับไม่ได้ ห่วงว่าเธอจะเป็นอย่างไรนะไม่สบายอยู่ด้วย จนต้องปีนลงมาดูเธอ มาจับตัวว่าร้อนมากหรือเปล่า
เธอดึงให้เข้าไปนอนด้วยกันบนเตียงเล็กๆ เอามือฉันไปกอดไว้ทั้งคืนจนเช้า ที่น่าอายคือดันตื่นหลังคนอื่นเลย
ถูกจับได้ว่านอนด้วยกัน ต้องทำเฉยๆ ก็เลิกแซวกันไปเอง
ลงจากรถไฟเพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับ เขาของฉันมารับที่สถานีรถไฟด้วย ฉันก็ดีใจที่เขาอุตส่าห์ขับรถมา
รับแต่เช้าและต้องขาดงานอีก ฉันชวนเธอกลับด้วยกัน แต่เธอดูลังเลฉันก็เลยบังคับเพราะเห็นว่าเธอไม่ค่อย
สบายอยู่ด้วย ระหว่างทางเธอเงียบมากจนฉันแปลกใจและสงสัยอยู่ลึกๆ
เธอขอลงแถวบริษัทอ้างว่าแฟนของเธอจะมารับ เจอกันอีกทีก็ที่ทำงานวันรุ่งขึ้น ฉันทำเฉยๆ ไม่ได้ทักทายอะไร เธอก็เลยซึมๆ ไป ฉันเลยเข้าไปคุยแหย่ด้วยจนเธอยิ้มได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเอาใจเธอ
เธอชอบเขียนจดหมายใส่กระดาษโน๊ตมาให้อ่านบ้าง ให้ตอบบ้าง เลิกงานเริ่มไปเที่ยวต่อกันบ่อยขึ้นทั้งๆ ที่
เธอไม่ค่อยจะยอมไปไหนแบบใครๆ เขา ได้ใกล้ชิดกันมากๆ อีก เราก็เลยมีโอกาสนอนด้วยกันจริงๆ เพราะความ
อ่อนไหวของเราทั้งสองคนมาเจอกันพอดี และฉันก็เป็นคนที่รับผิดชอบการกระทำของตัวเองเสมอ ฉันรู้สึก
ชอบเธอทั้งๆ ที่คนของฉันก็ยังอยู่ ยังดีกับฉันเสมอเพียงแต่ว่าความสัมพันธ์แบบความรักมันกลายเป็นเหมือน
เพื่อนกันไปแล้ว ฉันไม่ได้นอนกับเขานานแล้ว และมีเธอเข้าแทรกตรงจุดนี้พอดี ฉันนอนกับเธอบ่อยขึ้นเกือบทุก
ครั้งที่มีโอกาส ฉันพาเธอมานอนที่บ้านตอนที่เขาไม่อยู่ ฉันรู้ว่าการกระทำแบบนี้มันไม่แฟร์กับเขาเลย และยังมีคน
ของเธออีกคนที่ต้องมารับกรรมจากการกระทำของเรา แต่ฉันก็เริ่มรักเธอมากขึ้นๆ ตลอดเวลา ในขณะที่ห่าง
เหินกับเขาไปทุกที
คนของฉันเริ่มระแคะระคายเรื่องของเราบ้างแล้ว เขาเริ่มไม่ไว้ใจฉัน ถามว่ามีอะไรกับเธอหรือเปล่า ทำไมต้อง โทรหากันดึกๆดื่นๆ ทำงานก็เจอกันทั้งวันอยู่แล้วคุยกันไม่พออีกหรือ ฉันก็ได้แต่ตอบเอาตัวรอดไปเป็นครั้งคราว ถ้าจะบอกเขาตรงๆ กลัวว่าเขารับไม่ได้ จะเตลิดเปิดเปิงไปไหน
แต่ก็รู้ว่าสักวันเรื่องร้ายๆ จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนในไม่ช้านี้
เธอเคยถามฉันว่าถ้าจะต้องเลือกจริงๆ ฉันจะเลือกใคร ฉันตอบเธอไปว่าคงเลือกใครไม่ได้ และคงจะหนี
ทุกคนไปเลย ไปอยู่คนเดียวให้เหงาตายเพื่อใช้กรรมที่ตัวเองก่อขึ้น เธอบอกว่าเธอเสียใจที่ฉันตอบแบบนี้เพราะ
แสดงว่าเธอไม่มีค่าพอให้ฉันเลือกได้ แต่ที่ฉันตอบไปอย่างนั้นเพราะฉันไม่มีสิทธิ์จะเลือกเธอ เธอก็ยังมีคนของ
เธออยู่ทั้งคนและเขาก็ดีกับเธออยู่เหมือนเดิม และฉันก็ไม่อาจเลือกคนของฉันได้เพราะฉันรู้ว่าความสัมพันธ์ของ
ฉันและเขาในทุกๆ ด้านมันเปลี่ยนไปแล้ว แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีๆ กับเขาอยู่และสงสารเขามากเพราะเขามีฉันเพียง
คนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาได้ในตอนนี้ เขาเป็นคนต่างจังหวัด ไม่มีพี่น้องอยู่กรุงเทพฯ ถ้าไม่มีฉันแล้วเขา ก็จะไม่มีใครเลยที่นี่
แล้วเราก็คุยกันบ่อยๆ ว่าจะคบกันไปยังไง รักกันมากแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ เธอก็ไม่กล้าที่จะบอกคนของ เธอว่า มีฉันอีกคน ทุกอย่างของเราดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องมีสภาพเหมือนเป็นชู้ซึ่งกันและกันอยู่อย่างนี้หรือ มันจะต้องทรมาน ไปนานแค่ไหน
ฉันก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้เลยในชีวิต เคยแต่แคะผงจากตาให้คนอื่นมานักต่อนัก และวัน
นี้ผงเข้าตาฉันเองแล้ว เขาเริ่มมั่นใจว่าฉันมีอะไรกับเธอแน่นอน เขาทุบฉันเกือบตาย หยิกกัดจนเขียวไปหมดที่
ได้รู้ว่าฉันพาเธอมาบ้าน ฉันได้แต่นั่งให้เขาทุบ กัด ข่วน สารพัด เพราะว่าฉันรู้สึกผิดจริงๆ เขาขอร้องให้ฉันเลิก
ยุ่งเกี่ยวกับเธอต่อไป ฉันไม่ได้ตอบอะไรเงียบอย่างเดียว ก็รู้ตัวว่าทำไม่ได้ และทำไมฉันถึงรักเธอทั้งสองคน
ไม่ได้ จะต้องเหลือไว้เพียงคนเดียวโดยทำร้ายจิตใจอีกคนให้พังไม่มีชิ้นดีเลยหรือ
และวันนึงเรื่องร้ายแรงก็เกิดขึ้นจนได้ เขาตามไปอาละวาดที่อพาร์ทเม้นท์เธอ เสียงดังลั่นไปหมด ทุกคนมี
แต่อารมณ์ไม่มีเหตุผลใดๆ จะอธิบายได้เลยในตอนนั้น เขาถามฉันด้วยน้ำตานองหน้าว่าเขาทำผิดอะไรฉันถึงได้
ทำกับเขาอย่างนี้ และฉันก็ตอบเขาไม่ได้จริงๆ อย่างที่เธอว่าฉัน
เธอก็ขอเป็นฝ่ายจากไปเองทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเจ็บปวดมากมายแค่ไหนถ้าต้องจากกัน ฉันไม่ยอมเพราะว่าฉันรัก เธอมากเกินกว่าที่จะยอมเสียเธอไปได้
แต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดลงเพราะคนของฉันกลับไปเรียนต่อที่บ้านต่างจังหวัด และเธอก็หนีฉันไปอีกเพราะ
ไปอยู่กับน้าสาวที่เมืองนอกเพื่อจะเรียนต่อ ส่วนฉันก็โดนพิษเศรษฐกิจยุค i.m.f เล่นงานเอาอ่วมอรทัย นอนว่าง
งานอยู่กับบ้านอย่างนี้มาจะหลายเดือนแล้ว ท้อแท้เหมือนกันและยังไม่มีใครเหลืออยู่ปลอบใจสักคน เหงามากเลย
แต่งานในสายของฉันคงอีกนานกว่าจะดีขึ้น แต่ก็จะพยายามหาอะไรทำ อย่างน้อยจะได้ลืมคิดถึงเธอ ๆ ไปบ้าง
และบางทีฉันอาจจะต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้ตลอดไป ถ้าเธอไม่คิดจะกลับมาอยู่เมืองไทยอีกแล้ว คิดซะว่าฟ้าดิน
กำลังลงโทษคนหลายใจอย่างฉันเข้าแล้ว สักวันฉันคงเข็มแข็งขึ้นกว่านี้และสามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่มีใคร
ฉันคิดเสมอว่าตัวเองไม่ใช่คนแรกของโลกที่ต้องเจออะไรอย่างนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ไม่เครียดดีเหมือนกัน
ถ้าทุกอย่างจะต้องจบลงโดยที่ฉันกับเธอต้องแยกจากกัน คนของฉันก็ต้องจากไป คนของเธอก็ต้องแยกจากเธอ ไปเช่นกัน ทุกคนต่างเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้นจากการกระทำของเรา หรือกลายเป็นเธอเลือกฉัน และฉันก็ได้เลือก ที่จะอยู่กับเธอต่อไป โดยเขาสองคนนั้นต้องกลายเป็นคนอกหักเพราะเรา แล้วเราจะมีความสุขบนความเจ็บปวด ของคนอีกสองคนได้หรือ
เรื่องของเราจะลงเอยอย่างไรละครน้ำเน่าที่เกิดขึ้นจริงๆ ในชีวิตของฉัน คงต้องรอเธอกลับมาช่วยฉันเขียนตอนจบ ของเรื่องนี้ด้วยกัน แม้จะต้องจบลงอย่างไรก็ต้องทำใจให้ยอมรับให้ได้ใช่ไหม...