เรื่องของเรา

เรื่องของโอ้

 


โอ้...เป็นสาวจากแดนใต้ เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำเพราะเบื่อที่จะใช้ชีวิตทำงานที่บ้านเกิดอีก
หลังจากเรียนจบมาทางศิลป์ โชคดีที่พ่อของเธอของเป็นคนที่ยอมรับในความคิดของลูก ๆ จึงได้ปล่อยให้
เธอออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกด้วยตัวเอง

เธอขายสร้อยทองที่มีติดตัวอยู่ได้เงินมาเพียงสองพันกว่าบาทกับเงินเก็บอีกเล็กน้อยที่มีติดตัว นับเป็นเด็กสาว ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงพอควรถึงกล้าที่จะเข้าไปสู่เมืองที่มีแต่คนคิดว่าอันตรายสำหรับคนต่างจังหวัด เมืองที่มีแต่ข่าวร้ายไม่เว้นแต่ละวัน เหมือนว่าแก็งค์ต้มตุ๋นทั้งหลายจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ที่เดียว

เธอเดินทางมาเพียงลำพัง รู้แต่เพียงว่ามีคนใต้ที่มาอยู่กรุงเทพฯ จะอยู่กันมากแถวหน้าราม ซึ่งก็คือแถว
ถนนหน้ารามทั้งสายนั่นเอง แล้วเธอก็หาที่พักได้ เป็นหอพักสตรีห้องแคบๆ ที่มีอยู่เกลื่อนกลาดในย่านนั้น
และยังมีร้านค้าแผงลอยมากมาย ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าเป็นคนใต้เกินกว่า 70% ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีเพื่อนอยู่เสมอ
เพราะอย่างน้อยก็มีคนพูดจาภาษาเดียวกันมากมาย คนใต้รักพวกพ้องเสมอ คำๆ นี้ยังใช้การได้ดี

มาอยู่ได้ไม่กี่วันก็มีเพื่อนคนใต้ด้วยกันหลายคนทั้งในหอพัก ตามทางเดิน พ่อค้าบางคนก็เป็นรุ่นพี่ที่สถาบัน
เดียวกันมา เพราะโลกกลมหรือโลกแคบกันแน่ที่ได้มาเจอคนรู้จักตั้งหลายคน ที่ที่เธอไปสมัครงานที่แรกก็คือห้าง
สรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านนั้น เป็นงานขายของซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับวิชาสาขาที่ได้ร่ำเรียนมาเลย แทบไม่ต้องใช้
สมอง แค่ทนยืนได้นานๆ จนขาแข็ง ก็ทำงานได้แล้ว บางวันก็แทบไม่ต้องพูดกับลูกค้าเลย ก็คงไม่แปลกสำหรับ
พนักงานหน้าใหม่ๆ อย่างเธอหรอก ก็สมควรกับค่าจ้างถูกๆ ที่เธอได้รับ แต่เงินเดือนเพียงสองพันกว่าบาท
สำหรับเธอมันดูมากมายนัก แต่ต้องเสียค่าค้ำประกันไปอีกพันกว่าบาท ไม่เป็นไรอดทนอีกนิดก็หาได้ใหม่ เธอคิด
เช่นนั้น อย่างน้อยก็จะได้ไม่รู้สึกเสียดายกับมันอีก หักค่าหอไปหกร้อยก็ยังมีเงินเดือนเหลืออีกตั้งเยอะ แค่นี่ก็
พอใจแล้ว ได้งานทำก็นับว่าเป็นโชคดีมากกับเธอ

ทำงานไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ ขณะที่เดินกลับจากที่ทำงานเพื่อกลับหอพักซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ก็ได้พบน้าชาย
ที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เหมือนกัน ในสายอาชีพที่ใกล้เคียงกัน น้าชายผู้ซึ่งมีอายุห่างกันไม่กี่ปีเพียงแต่ตาม
ศักดิ์แล้วต้องเป็นน้า ได้ชวนไปทำงานที่เดียวกันเพราะเห็นว่าเคยเรียนสาขานี้มาบ้างตอนเธอเรียน ปวช. เขาจะ
ช่วยพูดกับผู้ใหญ่ในบริษัทให้รับไว้เป็นเด็กฝึกงานไปก่อน เธอจึงตอบตกลงไป โดยไม่คิดที่จะเสียดายเงิน
ประกันพันกว่าบาทที่จะต้องสูญเปล่าไปกับทางห้างฯ ที่เธอทำงานอยู่ อย่างน้อยก็ได้ทำงานกับน้าชาย ญาติคน
เดียวที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ตอนนี้

โอ้ได้เริ่มงานที่ใหม่ทันที และได้เงินมากกว่าที่เก่าอีกเล็กน้อย เท่านี้เธอก็ดีใจมากแล้ว เพราะไม่ได้คาดคิดว่าจะ
ได้ทำงานเร็ว ยังคิดเผื่อว่าถ้าหางานทำไม่ได้ก็คงกลับบ้านหาอะไรทำไปก่อน ถือซะว่าได้มาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็แล้ว
กัน วันนี้จะต้องรีบโทรไปบอกพ่อ พ่อคงดีใจกับเธอเช่นกัน และเขาอีกคน ชายหนุ่มคนรักที่ต้องไปเรียนต่ออีก
จังหวัดในภาคใต้ อีกไม่กี่ปีเขาก็จะเรียนจบปริญญาตรีอย่างที่หวัง เธอยังไม่ได้โทรหาเขาเลยตั้งแต่ขึ้นมากรุง
เทพฯ คิดถึงอยู่เหมือนกัน จะได้บอกข่าวดีให้เขารู้ด้วย

ในที่ทำงานแห่งใหม่ทำให้โอ้สดใสขึ้นมาก สนุกกับงานและยังมีเพื่อนร่วมงานหลายรุ่นที่ต่างก็มีน้ำใจช่วย
เหลือเธอทุกอย่างในเรื่องงานซึ่งเธอกำลังพยายามปรับตัวเข้ากับงานใหม่

และในที่ทำงานแห่งนี้ทำให้เธอได้พบคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงห้าวๆ ท่าทางกวนๆ แต่ก็ยิ้มง่ายช่างพูดช่างคุย รุ่นเดียวกันกับเธอจึงสนิทกันเร็วมากขึ้น

เป็นผู้หญิงแบบที่หอพักที่เธออยู่มีเต็มไปหมด ที่ใครๆ ชอบเรียกคนแบบนี้ว่าทอม ซึ่งเธอเองก็เคยมีทอมมาจีบ
สมัยเรียนอยู่มัธยม แต่เธอไม่เคยคิดจะมีแฟนเป็นผู้หญิง ไม่รู้จะคบกันได้ยังไง ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน และไม่
เคยมองคนพวกนี้เท่าไร เพราะเธอเองก็เป็นคนหน้าตาดี มีแต่ชายหนุ่มมาจีบ ทำผู้ชายอกหักไปก็หลายคน

จึงคบกับนก เพื่อนร่วมงานคนนี้อย่างสนิทใจ เพราะได้ข่าวว่าเขาก็มีแฟนอยู่แล้ว บางวันก็เห็นนัดกินข้าวกลางวันด้วย
กัน และเธอก็ได้เห็นหน้าแว๊บๆ บ้าง ไม่ได้สนใจเรื่องของเขาเท่าไรนัก กลับคิดถึงแฟนหนุ่มคนบ้านเดียวกัน ถ้า
ได้อยู่ไกล้กันคงจะดี จะได้มารับไปกินข้าวบ้าง เธอได้แต่แอบคิดในใจ

ปกติเธอก็จะกินข้าวกลางวันกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงต่างแผนก และนกก็จะไปบ้างไม่ไปบ้าง แต่หลังจากสนิท
กันมากขึ้นก็เริ่มเป็นก๊วนเดียวกัน นกเป็นคนทานง่ายๆ ไม่เรื่องมากจุกจิกเหมือนเพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ ทำให้โอ้
รู้สึกสบายใจดี จะไปทานข้าวร้านไหนก็ตามใจทานได้ทั้งนั้น แต่หลังเลิกงานโอ้ก็มักจะเห็นนกไปดื่มกับเพื่อน
ผู้ชายในบริษัท เธอก็เคยไปบ้าง แต่ก็แค่ไปทานข้าว คุยกันนิดหน่อยก็ขอตัวกลับก่อน แต่จะเห็นนกนั่งดื่มกับ
เพื่อนๆ ต่อ เช้าวันรุ่งขึ้นพวกวงเหล้าเมื่อคืนก็จะมีเรื่องมาอำกันเละ เธอก็รู้สึกสนุกไปด้วย

สองสามเดือนมานี่โอ้เริ่มสังเกตุเห็นว่านกซึมๆ ไป แฟนสาวที่เคยแวะมาทานข้าวกลางวันก็หายหน้าไป จึงอด
ไม่ได้ที่จะถามถึง นกก็ตอบแค่ว่าเค้าไม่ค่อยว่างมั้ง บางทีก็ตอบแบบน้อยใจว่า เราไม่มีเวลาให้เขามั้งคงมีใคร
ดูแลเขาได้มากกว่าเราแล้ว เรื่องนี้โอ้เข้าใจดีเพราะงานของเราบางทีต้องอยู่ทำถึงเช้า แต่โอ้มักจะได้กลับบ้าน
เพราะเป็นผู้หญิงที่สุด อย่างมากก็อยู่ช่วยได้แค่สามสี่ทุ่มเพราะว่าหอพักที่เธออยู่มีเวลาปิดหอ ส่วนนกนั้นดูเข้ม
แข็งเกินหญิงไปหน่อยจึงมักจะโดนงานไม่ต่างกับคนอื่นๆ บางทีต้องอยู่ค้างที่บริษัทสองสามวัน เพราะเจ้านาย
ต้องเอาแบบไปประชุมที่เมืองนอกอยู่บ่อยๆ แต่พอนกว่างจากงาน เช่นคืนไหนไม่ต้องทำโอ.ที ก็จะเห็นนกหายไป
กับวงเหล้าในบริษัททุกที จนโอ้เริ่มรู้สึกว่านกเป็นผู้ชายเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

โอ้กับนกสนิทกันมากจึงชอบแหย่เล่นกันบ่อยๆ นกเคยมาหอมแก้มโอ้ แล้วบอกว่าหอมจังเลย โอ้เองก็ชอบ
เล่นกอดกัน ฟัดกัน บางทีเล่นกันแรงๆ จนเป็นรอยเขียวตามแขนอยู่บ่อย แต่นกก็เล่นกับเพื่อนผู้หญิงทุกคน
เพียงแต่ไม่เห็นไปหอมใครเท่านั้นนอกจากเธอ หรือเพราะโอ้เฉยๆ นกก็เลยชอบแกล้ง นกชอบว่าโอ้เป็นเด็ก
กะโปโล ไม่ค่อยทันใครเท่าไร นกก็จะห่วงใยเป็นพิเศษ สอนว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆ ให้คิดเยอะๆ เพราะเริ่มมีหนุ่ม
ข้างบริษัทมาจีบ ตามรับส่งอยู่บ่อยๆ และโอ้ก็เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์เขากลับบ้านหลายครั้งด้วยความที่เธอไม่ได้
คิดอะไรนอกจากจะคบเป็นเพื่อนไปก่อน

นกดูสดใสขึ้นหลังจากทำใจจากแฟนสาวที่ค่อยๆ ห่างหายไป พอบริษัทจัดนำเที่ยวทุกคนก็ตื่นเต้นที่จะได้ไป
ระยองกัน โดยเฉพาะโอ้จะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะตั้งแต่มากรุงเทพฯ ก็เพิ่งได้ไปเที่ยว นกยังมาคุยให้ฟังอีกว่า
ทะเลระยองสวยกว่าพัทยามาก หาดก็ยังสวยอยู่ทำให้โอ้วาดฝันไปได้หลายคืน

โอ้กับนกสนิทกันจนจะเป็นปาท่องโก๋ มีแค่วงเหล้าเท่านั้นที่เธอไม่ได้อยู่ด้วย เพราะเธอดื่มเหล้าไม่เป็น แต่ตอนที่ไปเที่ยวกันคราวนี้โอ้ขอนก ลองดื่มเพราะความอยากรู้ และก็ทำให้เธอกล้าที่จะแกล้งจูบนกในวงเหล้า นกงงมากหน้าเจื่อนๆ ไป คงเพราะตกใจมาก เพื่อนๆ บอกให้นกพาโอ้ไปนอนเพราะเห็นว่าเริ่มเมาแล้ว แค่กินเบียร์ไปสองสามแก้วตัวโอ้ก็แดงไปทั้งตัวและก็ร้อนมาก โอ้พูดจารัวๆ จนทุกคนขำที่เห็นโอ้เมา

นกเห็นว่าเดี๋ยวจะแย่เลยบอกให้เข้านอนก่อนจะเดินไปส่งโอ้เดินแทบไม่ไหวในสายตาคนอื่น แต่จริงๆ แล้วโอ้แกล้งให้นกต้องประคองต่างหาก นกคงคิดว่าโอ้เมามากพาไปล้างหน้าล้างตาก่อนเข้านอน แต่พอถึงห้องนอนโอ้ก็ไม่ยอมให้นกออกไปกินเหล้ากับเพื่อนต่อ จะให้อยู่นอนด้วยกัน นกก็ตามใจ เพราะคิดว่าเดี๋ยวโอ้หลับก็ค่อยออกไปก็ได้ แต่โอ้ก็งอแงสารพัด กอดนกหอมนก

นกก็ได้แต่ร้องว่าเฮ้ยอย่าเล่นน่า เมาก็นอนไปนะเราอยู่เป็นเพื่อนแล้วนี่ไง แต่อะไรก็ไม่รู้มาทำให้ โอ้รู้สึกอยาก กอดนกไว้ตลอดเวลา กลัวนกจะหนีไปไหนอีก นกนอนตัวแข็งเพราะเกร็งมากและ โอ้ก็ไม่มี ท่าทีจะเลิกแกล้ง ความอดทนของนกสิ้นสุดด้วยการสนองตอบ จนนกเริ่มรู้สึกละอายที่จะรีบฉวยโอกาส จากคนเมา จึงเริ่มปลอบ ให้โอ้เลิกเล่นและนอนหลับซะ โอ้กอดนกไว้จนหลับ

แต่ก่อนจะหลับโอ้บอกรักนกนะ นกอย่าทิ้งโอ้ไปไหนนะและกอดนกไว้ตลอดโอ้หลับได้สักพัก นกถึงค่อยๆ เดินออกไปเพราะกลัวเพื่อนจะเข้าใจไปต่างๆ กระนั้นก็ยังไม่วายมีเสียงอำเป็นระยะๆ นกนั่งกินเหล้าต่อแบบ เงียบผิดปกติวิสัย ช่างคุย คิดเรื่องที่เพิ่งผ่านเข้ามาอย่างสับสนว่าตัวเองจะทำอย่างไรต่อไปดี

เช้าวันรุ่งขึ้นนกไม่ยอมสบตาโอ้เลย หลบตาตลอด พูดคำสองคำก็เดินไปอยู่ไกลๆ แต่โอ้ก็ไม่ยอมแพ้แกล้ง
เดินไปนั่งตัก นกรู้สึกไม่สบายใจกับหลายสายตาที่เริ่มจับตามองเราสองคนแบบไม่แน่ใจ แต่โอ้ก็รู้ตัวเองดีว่า
ตกหลุมรักนกเข้าเต็มเปาซะแล้ว ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน รู้แต่ว่าเขาเอาใจใส่และคอยเป็นห่วงมากกว่าที่เพื่อนคนอื่น
มีให้ได้ อยู่ใกล้นกแล้วรู้สึกอบอุ่น ปกป้องเธอได้

โอ้เองก็ไม่เคยคิดที่จะรักผู้หญิงด้วยกันแบบคนรักมาก่อนแต่ความรู้สึกนี้ได้เกิดขึ้นกับโอ้แล้ว แต่โอ้ก็ไม่รู้ว่านกตัดใจ จากแฟนเก่าได้จริงๆ หรือเปล่า นกอาจไม่คิดจะรักเธอเลยก็ได้ ตอนนี้โอ้ลืมคิดถึงแฟนหนุ่มไปเสียสนิท คิดแต่จะทำอย่างไรให้นกรับรักเธอ

และที่สำคัญกลับจากเที่ยวครั้งนี้เธอคงต้องรีบโทรไปบอกข่าวร้ายกับชายหนุ่มว่าเธอได้เปิดใจให้ใครคนอื่นเข้า
มาแทนที่เขาเสียแล้วเพราะเขาเองก็อาจมีคนใหม่แล้วเหมือนถึงได้ไม่ค่อยติดต่อมาเหมือนเคย

ครั้งนี้เธออยากที่จะลองเลือกคนที่เธอรักเองบ้างซะที หนทางรักของโอ้ครั้งนี้มีแต่หัวใจเป็นเดิมพันจริงๆ